ฟื้นตัว! ศก.จีนไตรมาสแรก โตกว่าคาดที่ 4.5% หลังยกเลิกโควิดเป็นศูนย์
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ(เอ็นบีเอส)ของจีน เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 18 เมษายนว่า เศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกของปีนี้ เติบโตเกินคาดที่ 4.5% หลังจากทางการจีนได้ยกเลิกมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 เป็นศูนย์ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา
นับเป็นการเปิดเผยภาพรวมเศรษฐกิจจีนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 หลังจีนดำเนินนโยบายโควิดเป็นศูนย์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคธุรกิจและระบบห่วงโซ่อุปทาน
โดยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจจีนคือ การฟื้นตัวของยอดค้าปลีก ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้หลักของการบริโภคภาคครัวเรือน ที่เพิ่มขึ้น 10.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในเดือนมีนาคมของปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับจากเดือนมิถุนายนปี 2021 อย่างไรก็ดี ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น 3.9% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.4%
นักวิเคราะห์จากราโบแบงก์ กล่าวว่า การบริโภคในจีนฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาสแรก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ขณะที่ ไอริส ปัง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากเกรทเทอร์ ไชนา กล่าวว่า เหตุผลหลักสำหรับการเติบโตเร็วกว่าที่คาดคือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดค้าปลีกในจีน ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากการจัดเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น
โดยตัวเลขเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกของปีนี้สูงกว่า 3.8% ที่บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ในการสำรวจของเอเอฟพีก่อนหน้านี้ ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจจีนตลอดทั้งปีที่ผ่านมาเติบโตเพียง 3% ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราการเติบโตที่อ่อนแอที่สุดในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมาของจีน

