
ผู้นำโสมแดงลั่น สร้างเสร็จแล้ว พร้อมสั่งปล่อย ‘ดาวเทียมสอดแนมทางทหาร’ ดวงแรกของปท. สู่วงโคจร
เมื่อวันที่ 19 เมษายน สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) รายงานอ้าง คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ประกาศว่าการสร้างดาวเทียมสอดแนมทางทหารดวงแรกของประเทศเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมสั่งการให้ดำเนินการส่งดาวเทียมสอดแนมดังกล่าวขึ้นสู่วงโคจรตามแผนที่วางไว้

เคซีเอ็นเอรายงานว่า ในระหว่างที่ผู้นำคิมตรวจเยี่ยมองค์การบริหารการพัฒนาการบินและอวกาศแห่งชาติของเกาหลีเหนือ เมื่อวันอังคาร (18 เม.ย.) ผู้นำคิมมีคำสั่งให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าดาวเทียมสอดแนมทางทหารหมายเลข 1 ที่เสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนเมษายน จะปล่อยได้ตามวันที่วางแผนไว้ นอกจากนี้เขายังขอให้เจ้าหน้าที่เสริมสร้างขีดความสามารถในการรวบรวมข่าวกรองทางดาวเทียมอย่างแข็งแกร่งโดยการติดตั้งดาวเทียมสอดแนมหลายดวงบนวงโคจรที่ต่างกันไปอย่างต่อเนื่อง
สื่อทางการเกาเหลีเหนือยังเผยภาพขณะคิม จองอึน ตรวจเยี่ยมหน่วยงานอวกาศพร้อมกับคิม จูแอ ลูกสาวคนโปรดของเขา ซึ่งยังแสดงให้เห็นขณะผู้นำคิมตรวจดูแผนภูมิและภาพถ่ายอื่นๆ ที่ติดแสดงบนผนังที่บางภาพที่มีการเบลอเอาไว้ ทั้งนี้ การพัฒนาดาวเทียมสอดแนมทางทหารดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในโครงการป้องกันประเทศอันสำคัญที่คิม จองอึนร่างเอาไว้ในปี 2021

นายอัน ชานอิล นักวิจัยที่เป็นอดีตผู้แปรพักตร์ ซึ่งดำเนินงานสถาบันโลกเพื่อเกาหลีเหนือศึกษา กล่าวให้ความเห็นถึงการพัฒนาดาวเทียมสอดแนมของเกาหลีเหนือว่า ดูเหมือนเกาหลีเหนือจะปล่อยดาวเทียมเป็นนัยเชิงสัญลักษณ์ในตอนนี้ และค่อยๆ อัพเกรดดาวเทียมขึ้น หากจีนและรัสเซียไม่ให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีชั้นสูง การสอดแนมด้วยเทคโนโลยีของเกาหลีเหนือก็จะเป็นเรื่องยาก

ขณะที่นายยาง มูจิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกาหลีเหนือศึกษาในกรุงโซล กล่าวว่า ควรพิจารณาคำประกาศล่าสุดนี้ของเกาหลีเหนืออย่างจริงจัง เนื่องจากดาวเทียมสอดแนมของเกาหลีเหนือเป็นตัวแปรสำคัญในกรณีที่มีการชิงโจมตีด้วยนิวเคลียร์ก่อน ที่ก็จะเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อเกาหลีใต้เองด้วย
ทั้งนี้รายงานการสร้างดาวเทียมสอดแนมทางทหารเสร็จสิ้นมีขึ้นราวหนึ่งสัปดาห์หลังจากเกาหลีเหนือเปิดตัวขีปนาวุธข้ามทวีปที่ใช้เชื้อเพลิงแข็งชนิดใหม่ ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในโครงการอาวุธต้องห้ามของเกาหลีเหนือ ที่นักวิเคราะห์หลายรายกล่าวว่ามีความซ้ำซ้อนทางเทคโนโลยีที่สำคัญระหว่างการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) และความสามารถในการปล่อยสู่อวกาศ
