หน้าแรก ต่างประเทศ ชาติแรก! ญี่ป...

ชาติแรก! ญี่ปุ่นประกาศอพยพพลเมือง หนีแดนมิคสัญญีซูดาน

19.04.23 | 17:45 น.
กลุ่มควันดำลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า จากเครื่องบินที่ถูกเผา ที่สนามบินในกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน ที่การปะทะกันระหว่างกองทัพซูดานและกองกำลังกึ่งทหารยังดำเนินต่อไป (รอยเตอร์)

ชาติแรก! ญี่ปุ่นประกาศอพยพพลเมือง หนีแดนมิคสัญญีซูดาน

เมื่อวันที่ 19 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเตรียมอพยพพลเมืองของตนเองออกจากประเทศซูดาน ที่ยังคงเต็มไปด้วยการปะทะสู้รบระหว่างกองทัพซูดานกับกองกำลังกึ่งทหารอย่างรุนแรงต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 5 นับเป็นชาติแรกที่ประกาศแผนจะอพยพพลเมืองของตนออกจากประเทศที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งแห่งนี้

นายฮิโรคาซุ มัตสึโนะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า มีพลเมืองญี่ปุ่นราว 60 คนที่อยู่ในประเทศซูดานขณะนี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของสถานทูตญี่ปุ่นด้วย และว่า กระทรวงกลาโหมได้เริ่มเตรียมการที่จำเป็นสำหรับการอพยพแล้ว โดยสถานการณ์ความมั่นคงในขณะนี้กำลังเลวร้ายลง ซึ่งรัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ในการรักษาความปลอดภัยให้กับชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในต่างประเทศ

รอยเตอร์

ขณะที่ประเทศอื่นๆ ได้ร้องขอให้พลเมืองของตนเองที่พำนักอยู่ในประเทศซูดาน ติดต่อแจ้งชื่อและรายละเอียดต่างๆ ให้กับทางสถานทูตของตนเองเอาไว้

โดยสถานทูตสหรัฐในกรุงคาร์ทูม ได้เริ่มรวบรวมรายละเอียดข้อมูลของพลเมืองชาวอเมริกัน พร้อมขอให้พวกเขาเหล่านั้นอยู่ภายในอาคารและอยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง

Advertisement

“เนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคงที่ไม่แน่นอนในกรุงคาร์ทูมและการปิดสนามบิน ยังไม่มีแผนสำหรับการอพยพที่มีการประสานกับรัฐบาลสหรัฐ” สถานทูตสหรัฐประกาศผ่านทางทวิตเตอร์

ขณะที่นานาชาติเรียกร้องให้ยุติท่าทีเป็นปฏิปักษ์กันในซูดาน โดยที่ประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ(จี7) ได้เรียกร้องในวันอังคาร(18 เม.ย.) ให้คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายหยุดยิงในทันที

ขณะที่ในวันพุธ(19 เม.ย.) มีรายงานว่าประชาชนหลายพันคนพากันอพยพออกจากกรุงคาร์ทูม ท่ามกลางการสู้รบกันอย่างหนักระหว่างกองทัพซูดานและกองกำลังสนับสนุนเร็ว(อาร์เอสเอฟ) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหาร โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 200 ราย ท่ามกลางเสียงระเบิดและการยิงต่อสู้ดังกึกก้องไปทั่วกรุงคาร์ทูม

เหตุสู้รบในซูดานครั้งนี้เป็นผลจากการต่อสู้ทางอำนาจระหว่างนายพลอับเดล ฟัตตา อัล-เบอร์ฮาน ผู้บัญชาการกองทัพซูดาน กับนายพลโมฮาเหม็ด ดากาโล ผู้บัญชาการกองกำลังอาร์เอสเอฟ หลังยังตกลงกันไม่ได้ถึงแผนการควบรวมกองกำลังอาร์เอสเอฟเข้าร่วมอยู่ในกองทัพซูดาน