‘ยูนิเซฟ’ ชี้เด็ก 67 ล้านคนทั่วโลก อดฉีดวัคซีนเพราะโควิด หวั่นคลื่นระบาดอื่นคร่าเด็ก

20.04.23 | 12:55 น.
เอเอฟพี

‘ยูนิเซฟ’ ชี้เด็ก 67 ล้านคนทั่วโลก อดฉีดวัคซีนเพราะโควิด หวั่นคลื่นระบาดอื่นคร่าเด็ก

เมื่อวันที่ 20 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เปิดเผยในรายงานเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 เมษายนว่า เด็กทั่วโลกราว 67 ล้านคน ขาดการฉีดวัคซีนตามมาตรฐาน (Routine vaccine) ทั้งหมด หรือ บางส่วน ระหว่างปี 2019-2021 เนื่องจากการล็อกดาวน์และการหยุดชะงักด้านการดูแลสุขภาพที่เกิดจากการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19

รายงานของยูนิเซฟระบุว่า จากเด็ก 67 ล้านคน ที่การฉีดวัคซีน “หยุดชะงักอย่างรุนแรง” ในจำนวนนี้ 48 ล้านคน ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนตามมาตรฐานทั้งหมด พร้อมระบุถึงความห่วงกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคโปลิโอและโรคหัดที่อาจเกิดขึ้น

โดยความครอบคลุมของวัคซีนในเด็กลดลงใน 112 ประเทศ และสัดส่วนของเด็กที่ได้รับวัคซีนทั่วโลกลดลง 5 จุด อยู่ที่ 81% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่ปี ค.ศ.2008 โดยเฉพาะในแอฟริกาและเอเชียใต้ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

“ที่น่าเป็นกังวลคือความเสื่อมถอยในช่วงที่มีการระบาดใหญ่เกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ ในแง่ของวงกว้าง การเพิ่มขึ้นของการสร้างภูมิคุ้มกันในวัยเด็กได้ชะงักงันลง” ยูเนิเซฟระบุ และว่า วัคซีนได้ช่วยชีวิตผู้คนราว 4.4 ล้านคนต่อปี ซึ่งตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 5.8 ล้านคนต่อปีได้ในปี ค.ศ.2030 หากเป้าหมายอันทะเยอทะยานนี้ที่จะ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” บรรลุผล

Advertisement

ยูนิเซฟยังเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ เพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในพันธกรณีที่มีต่อการเพิ่มเงินสนับสนุนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ด้วยการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการเร่งความพยายามในการฉีดวัคซีนให้ทันสำหรับผู้ที่พลาดการฉีดวัคซีนไป

นอกจากนี้รายงานยังแสดงความกังวลถึงความเชื่อมั่นต่อวัคซีนของประชาชนที่มีลดลงใน 52 จาก 55 ประเทศ จากผลสำรวจที่มีการจัดทำมา ซึ่งแคเธอรีน รัสเซลล์ ผู้อำนวยการบริหารของยูนิเซฟ กล่าวว่า เราไม่สามารถปล่อยให้ความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนตามมาตรฐาน กลายเป็นอีกเหยื่อของการระบาดใหญ่ได้ มิฉะนั้น การเสียชีวิตระลอกต่อไปอาจเป็นเด็กที่เป็นโรคหัด คอตีบ หรือโรคอื่นๆ ที่ป้องกันได้