หน้าแรก ต่างประเทศ ศก.ยูโรโซนเดื...

ศก.ยูโรโซนเดือนเมษาโตพุ่ง แตะระดับสูงสุดรอบ 11 เดือน

21.04.23 | 19:33 น.
FILE PHOTO REUTERS

ศก.ยูโรโซนเดือนเมษายนโตพุ่ง แตะระดับสูงสุดรอบ 11 เดือน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า การเติบโตของเศรษฐกิจในยูโรโซนได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นในเดือนเมษายน และแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือน ตามรายงานการสำรวจของธนาคารฮัมบูร์กคอมเมอร์เชียล เกี่ยวกับค่าประมาณดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในยูโรโซน (Flash Eurozone Purchasing Manager’s Index) ซึ่งได้รับการตีพิมพ์โดยเอสแอนด์พีโกลบอลเมื่อวันที่ 21 เมษายน

ค่าประมาณดัชนีดังกล่าวได้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 54.4 ในเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมซึ่งอยู่ที่ 53.7 โดยตัวเลขที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ให้เห็นว่ามีการเติบโตของเศรษฐกิจ

นายไซรัส เดอ ลา รูเบีย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารฮัมบูร์กคอมเมอร์เชียล กล่าวว่า ดัชนีของยูโรโซนเผยให้เห็นภาพรวมที่ดีของเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ได้กล่าวเตือนว่าหากพิจารณาอย่างละเอียดจะพบว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้กระจายตัวไปยังทุกภาคส่วนอย่างเท่ากัน “ยกตัวอย่างเช่นช่องว่างระหว่างภาคการบริการที่เติบโตขึ้นบางส่วนและภาคอุตสาหกรรมที่กำลังอ่อนแอลง มีระยะห่างเพิ่มมากขึ้น” เดอ ลา รูเบียกล่าว

ภาคการบริการมีความเข้มแข็งมากขึ้นถึงแม้ภาวะเงินเฟ้อในยูโรโซนจะยังคงอยู่ในระดับที่สูง และรายได้ของประชาชนยังไม่สอดคล้องกับราคาผู้บริโภคที่พุ่งสูง โดยภาวะเงินเฟ้อในยูโรโซนลดลงเหลือ 6.9% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนมีนาคม แต่ก็ยังสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางยุโรปอยู่มากซึ่งตั้งไว้ที่ 2%

Advertisement

ทั้งนี้ แม้ความกังวลถึงภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจทั่วยุโรปจะเริ่มคลี่คลายลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ออกคำเตือนว่ายุโรปจะเห็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอย่างรุนแรงในปีนี้ อัลเฟรด แคมเมอร์ ผู้อำนวยการแผนกยุโรปของไอเอ็มเอฟ เผยว่า “แน่นอนว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในบางประเทศ แต่มันแตกต่างจากสิ่งที่เราพยากรณ์ไว้ และน่ากังวลอย่างมาก”

ประเทศเยอรมนีคือประเทศเดียวในยุโรปที่ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีนี้ แคมเมอร์ระบุว่าการหดตัวทางเศรษฐกิจของเยอรมนีส่วนใหญ่จะมาเป็นผลจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นจากสงครามในยูเครน ข้อมูลของรายงานดังกล่าวยังชี้ให้เห็นถึงการผลิตที่ลดลงในภาคอุตสาหกรรมของประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย