หน้าแรก ต่างประเทศ เผยบิ๊กเพื่อน...

เผยบิ๊กเพื่อนบ้าน-ชาติอาเซียนส่วนหนึ่ง ดอดเจรจาลับ มุ่งดับวิกฤตเมียนมา

26.04.23 | 16:08 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

เผยบิ๊กเพื่อนบ้าน-ชาติอาเซียนส่วนหนึ่ง ดอดเจรจาลับ มุ่งดับวิกฤตเมียนมา

เมื่อวันที่ 26 เมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าว 2 ราย เปิดเผยว่า ผู้แทนรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญจากเมียนมาและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงไทย อินเดีย และจีน ได้จัดเจรจาหารือกันที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันอังคาร (25 เม.ย.) ส่วนหนึ่งของการดำเนินความพยายามอย่างลับๆ ที่จะยุติวิกฤตขัดแย้งนองเลือดในประเทศเมียนมาหลังเกิดรัฐประหารเมื่อกว่า 2 ปีก่อน

การประชุมเจรจาดังกล่าวที่เรียกว่า “Track1.5” ในสัปดาห์นี้ มีขึ้นเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเริ่มต้นขึ้นในไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ความไม่พอใจภายในกลุ่มอาเซียนที่มีมากขึ้นต่อความล้มเหลวของรัฐบาลทหารเมียนมาในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ซึ่งบรรลุความเห็นพ้องร่วมกันไว้ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อเดือนเมษายนปี 2021

แหล่งข่าวที่ไม่ขอเปิดเผยตัวตน ปฏิเสธที่จะระบุว่าผู้แทนเข้าร่วมการเจรจา Track1.5 ครั้งนี้เป็นบุคคลใด เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวเป็นความลับ เพียงแต่ระบุว่ามีผู้แทนจากเมียนมา อินเดีย จีน ไทย กัมพูชา ลาว และอินโดนีเซีย ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นประธานอาเซียนในขณะนี้ เข้าร่วมในการประชุมเมื่อวันอังคาร

หนึ่งในแหล่งข่าวกล่าวว่า ผู้เข้าร่วมประสงค์ที่จะให้รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) หรือรัฐบาลเงาที่ประกอบด้วยกลุ่ม ส.ส.พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนและฝ่ายต่อต้าน เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเอ็นยูจีและกองทัพเมียนมายังไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการเลย

Advertisement

กระทรวงการต่างประเทศของไทยและอินเดีย สถานทูตจีนในกรุงนิวเดลี และเอ็นยูจี ยังไม่ได้ตอบข้อซักถามที่ทางรอยเตอร์สอบถามไป ขณะที่รอยเตอร์ยังไม่สามารถติดต่อโฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาเพื่อขอความเห็นได้ ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศของอินโดนีเซียปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องการประชุมดังกล่าว

อย่างไรก็ดี รอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวระบุว่า การประชุมครั้งนี้จัดโดยหน่วยงานคลังสมองของอินเดีย รวมถึงมีการหารือจากทุกฝ่ายในการลดความรุนแรง การสร้างพื้นที่สำหรับการเจรจาและการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้กับเมียนมา โดยการประชุมครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่ประเทศลาว