น้องสาว ‘คิม จองอึน’ เตือน แผนมะกันจับมือโสมใต้ ยิ่งเสี่ยง เหน็บ ‘ไบเดน’ เจ็บแสบ ‘คนแก่ไร้อนาคต’
เมื่อวันที่ 29 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกมาเตือนว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ ที่มุ่งเสริมสร้างการป้องปรามต่อต้านเกาหลีเหนือ จะยิ่งนำไปสู่อันตรายร้ายแรงมากขึ้น
เป็นท่าทีหลังจากผู้นำสหรัฐและเกาหลีใต้ประกาศกร้าวในกลางสัปดาห์นี้ว่า เกาหลีเหนือจะเผชิญการถูกตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์และถึง “จุดจบ” ของผู้นำเกาหลีเหนือ หากเปียงยางใช้นิวเคลียร์ของตนเองกับชาติพันธมิตร
สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงทางการเกาหลีเหนือ รายงานคำแถลงเตือนของน้องสาวผู้นำคิม ที่เป็นปฏิกิริยาตอบโต้แรกของเกาหลีเหนือต่อท่าทีของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ กับประธานาธิบดียุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ ที่พบปะกันในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างการเยือนประเทศสหรัฐอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดียุนในสัปดาห์นี้
“เกาหลีเหนือยังคงเชื่อมั่นว่าการป้องปรามนิวเคลียร์ของตนควรทำให้สมบูรณ์แบบขึ้นไปอีก ยิ่งศัตรูต่อต้านการซ้อมรบนิวเคลียร์มากขึ้น และยิ่งมีการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในบริเวณใกล้เคียงของคาบสมุทรเกาหลีมากเท่าไหร่ การใช้สิทธิในการป้องกันตนเองของเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น” เคซีเอ็นเออ้างน้องสาวผู้นำคิมกล่าว
คิม โยจอง ยังกล่าววิพากษ์ประธานาธิบดีไบเดน ในวัย 80 ปี ด้วยถ้อยคำอันแสบสันว่า คำวิจารณ์เกาหลีเหนือของไบเดนนั้น “เป็นเรื่องไร้สาระจากบุคคลที่หลงเลอะเลือน” ซึ่งใช้ถ้อยคำเดียวกับที่พี่ชายของเธอเคยทำสงครามน้ำลายกับโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้น เมื่อปี 2017 ที่เขาเรียกทรัมป์ว่าเป็นพวกขี้หลงลืม จนโดนทรัมป์ตอกกลับด้วยการเรียก คิม จองอึนว่า “มนุษย์หัวจรวด”
คิม โยจอง ยังสบประมาทไบเดนว่า “เขาไม่สามารถที่จะรับผิดชอบได้ เป็นชายแก่ที่ไร้อนาคต” และว่า “มากไปสำหรับเขาที่จะดำรงตำแหน่งที่เหลืออีก 2 ปี” ก่อนที่เธอจะหันมาเรียกประธานาธิบดียุนว่า “คนโง่”
กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ประณามคำกล่าวของคิม โยจอง โดยชี้ว่าคำพูดนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นกลัวและความไม่พอใจต่อการป้องปรามนิวเคลียร์ที่เข้มข้นอย่างมากของพันธมิตรเกาหลี-สหรัฐ และชี้ว่าถ้อยแถลงดังกล่าวของคิม โยจอง “ใช้ภาษาที่หยาบคาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต่ำของเกาหลีเหนือ”
ชอง ซองชาง ผู้เชี่ยวชาญของศูนย์เกาหลีเหนือศึกษา แห่งสถาบันเซจง ในกรุงโซล กล่าวว่า ถ้อยแถลงของน้องสาวผู้นำคิมบ่งชี้ว่าความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีเหนืออาจยกระดับขึ้นใกล้เคียงกับในปี 2017
ในการพบปะหารือสุดยอดของประธานาธิบดีไบเดนกับประธานาธิบดียุนที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันพุธ (26 เม.ย.) ที่ผ่านมา ผู้นำทั้งสองออกคำประกาศที่เรียกว่า ปฏิญญาวอชิงตัน ซึ่งสนับสนุนระบบป้องกันนิวเคลียร์ของสหรัฐที่ครอบคลุมต่อเกาหลีใต้ด้วย ซึ่งกำลังมีความกังวลต่อภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือมากขึ้น

