ตามคาด! ‘เฟด’ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยครั้งที่2 ในรอบทศวรรษ บอกใบ้ปีหน้าขึ้นอีก3ครั้ง

15.12.16 | 11:31 น.
Chip Somodevilla/AFP

สำนักข่าวเอเอฟพี รอยเตอร์ และเดอะ วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานว่า กองทุนสำรองแห่งรัฐหรือธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) มีมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐในทางบวกมากขึ้นและส่งสัญญาณว่าจะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ในอัตราเร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่ได้เห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 ทศวรรษเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

หลังจากที่เสร็จสิ้นการประชุมกำหนดนโยบายเป็นเวลา 2 วันระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกำหนดนโนบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ระบุว่า จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโนบายเพิ่มขึ้นอีก 0.25 เปอร์เซ็นต์ จาก 0.25-0.5 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 0.5-0.75 เปอร์เซ็นต์ โดยเจ้าหน้าที่ของเอฟโอเอ็มซีชี้ให้เห็นถึงตลาดแรงงานที่เข้มแข็งขึ้นจนเข้าใกล้สภาวะการจ้างงานเต็มที่ และเงินเฟ้อมุ่งหน้าสู่ระดับเป้าหมายที่กำหนดไว้ด้วยเร็วอัตราเร็วยิ่งขึ้น

นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดระบุในการแถลงข่าวหลังการประชุมเสร็จสิ้นว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้สามารถมองได้ว่าเป็นการ “ลงมติไว้วางใจ” ในเศรษฐกิจสหรัฐ

“การลงมติดังกล่าวควรจะถูกเข้าใจว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เรามีในพัฒนาการของเศรษฐกิจและการตัดสินใจว่าเราจะเดินหน้าต่อไป” นางเยลเลนกล่าว

ภาพรวมที่สดใสของเศรษฐกิจยังทำให้เฟดเปลี่ยนจุดยืนในการคาดการณ์การปรับอัตราอัตราดอกเบี้ยด้วย โดยเอฟโอเอ็มซีคาดว่าจะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีก 0.75 เปอร์เซ็นต์ โดยมีแนวโน้มว่าน่าจะปรับขึ้นครั้งละ 0.25 เปอร์เซ็นต์ 3 ครั้งในปี 2560

Advertisement

การคาดการณ์ล่าสุดที่นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐเอาชนะการเลือกตั้งพร้อมด้วยการให้คำมั่นสัญญาในการหาเสียงว่าจะตัดลดภาษีและเพิ่มงบประมาณรายจ่ายในการก่อสร้างสาธารณูปโภคโครงสร้างพื้นฐาน แสดงให้เห็นถึงการที่บรรดาผู้กำหนดนโยบายของเฟดเปลี่ยนแปลงการประเมินภาพรวมไปในทางที่เติบโตเร็วยิ่งขึ้นเล็กน้อย

การคาดการณ์ว่าจะมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3 ครั้งในปีหน้า ตามมาด้วยการประเมินว่าจะปรับขึ้นอีก 3 ครั้งทั้งในปี 2561 และปี 2562 จนอัตราดอกเบี้ยนโยบายกลับสู่ “ระดับปกติ” ที่ราว 3.0 เปอร์เซ็นต์

ข่าวระบุว่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักต่างๆ ในตลาดเอเชียเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม รับข่าวการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับเงินเยนของญี่ปุ่น และยังแข็งค่าขึ้นมากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย แคนาดาและนิวซีแลนด์ รวมถึงเปโซเม็กซิโก

เงินดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าขึ้น 0.9 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเงินวอนเกาหลีใต้ และเงินรูเปียห์ อินโดนีเซีย นอกจากนี้เงินบาทไทย ริงกิตมาเลเซีย และดอลลาร์สิงคโปร์ยังอ่อนค่าลงด้วย

ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงจากการที่นักลงทุนกังวลว่าเงินทุนจำนวนมากจะไหลออกไปยังตลาดหุ้นสหรัฐที่มีผลตอบแทนสูงกว่า โดยในช่วงการซื้อขายภาคเช้า ตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงลง 1.2 เปอร์เซ็นต์ ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ของจีนร่วงลง 0.9 เปอร์เซ็นต์ ตลาดหุ้นซิดนีย์ของออสเตรเลียร่วงลง 0.8 เปอร์เซ็นต์ ตลาดหุ้นกรุงโซลของเกาหลีใต้ลดลง 0.4 เปอร์เซ็นต์ และสิงคโปร์ร่วงลง 0.7 เปอร์เซ็นต์

ด้านตลาดหุ้นวอลสตรีทของสหรัฐร่วงลงเมื่อคืนก่อนหน้า โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วงลง 0.6 เปอร์เซ็นต์ นับเป็นการยุติการปิดเพิ่มขึ้นทำลายสถิติต่อเนื่องกันเป็นเวลา 7 วันก่อนหน้านี้