จับกระแสทัศน์ผู้ดี ต่อสถาบันยุคคิงชาร์ลส์

3.05.23 | 07:00 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

จับกระแสทัศน์ผู้ดี ต่อสถาบันยุคคิงชาร์ลส์

ขณะที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ตามราชประเพณีที่สืบทอดมานานเป็นพันปี จะมีขึ้น ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในกรุงลอนดอน ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะทำให้การเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ดำเป็นไปโดยสมบูรณ์นั้น กำลังงวดใกล้เข้ามาทุกขณะ

บรรดาสำนักจัดทำโพลได้ใช้โอกาสนี้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในสหราชอาณาจักร ที่มีต่อสถาบันกษัตริย์ในแง่มุมต่างๆ ว่าเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร หลังการผลัดเปลี่ยนรัชสมัยปกครองจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ทรงวายชนม์ สู่รัชสมัยของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ท่ามกลางความท้าทายของสถาบันกษัตริย์ที่กำลังเผชิญในโลกยุคใหม่ที่มีการพลวัตอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงกระแสเรียกร้องไปสู่การปกครองในระบอบสาธารณรัฐ

หนึ่งในผลสำรวจของ ยูกอฟ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สำรวจความเห็นกลุ่มผู้ใหญ่ จำนวน 4,592 คน ในสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 14-17 เมษายน ชี้ว่า คนส่วนใหญ่ถึง 58% ยังคงสนับสนุนให้ธำรงสถาบันกษัตริย์ไว้ มีเพียง 26% ที่สนับสนุนให้ประมุขแห่งรัฐมาจากการเลือกตั้ง และ 16% ที่ตอบว่าไม่ทราบ

Advertisement
รอยเตอร์

โพลยังสะท้อนภาพว่าสถาบันกษัตริย์ยังประสบปัญหาในการดึงดูดใจกลุ่มคนหนุ่มสาว โดยขณะที่กลุ่มคนอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มสนับสนุนสถาบันกษัตริย์มากที่สุด ที่ 78% แต่กลุ่มคนช่วงอายุ 18-24 ปีมีแนวโน้มให้การสนับสนุนน้อยลง ที่เพียง 32% โดย 38% เห็นควรให้ประมุขแห่งรัฐมาจากการเลือกตั้ง

โพลยังชี้ให้เห็นว่าความเฉยเมยเป็นปัญหาพอๆ กับการต่อต้านสถาบัน โดย 78% ของคนหนุ่มสาวบอกว่า พวกเขา “ไม่สนใจ” ราชวงศ์

ขณะโพลของ อิปซอส เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 เมษายนชี้ว่า ความนิยมในตัวของกษัตริย์ชาร์ลที่ 3 แม้จะลดลงตั้งแต่พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ แต่ประชาชนเกือบครึ่งหนึ่งยังคิดว่าพระองค์ทรงงานได้เป็นอย่างดี โดยมีเพียง 9% ที่ไม่เห็นเช่นนั้น และราว 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือ 32% ที่รู้สึกเฉยๆ

ส่วนผลโพลของศูนย์วิจัยทางสังคมแห่งชาติ(แนทเซน) ที่สำรวจความเห็นกลุ่มตัวอย่าง 6,638 คน พบว่า มีคนอังกฤษเพียง 3 ใน 10 ที่คิดว่าสถาบันกษัตริย์มีความสำคัญมาก ซึ่งเป็นสัดส่วนต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมี 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่บอกว่า ไม่สำคัญมากนักหรือไม่สำคัญเลย ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 35% จากการสำรวจคล้ายกันในปี 2022 นั่นสะท้อนให้เห็นแนวโน้มสำคัญของความสนับสนุนที่มีต่อระบอบกษัตริย์อังกฤษ

รอยเตอร์

ยูกอฟ ยังสำรวจความเห็นกลุ่มตัวอย่าง 4,246 คน ที่มีต่อการจัดงานพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้ ที่จะเป็นประวัติศาสตร์สำคัญอีกหน้าหนึ่ง พบว่า ผู้คนในสหราชอาณาจักรมากกว่าครึ่ง หรือ 51% คิดว่ารัฐบาลไม่ควรใช้เงินภาษีประชาชนไปในการจัดงานพิธีดังกล่าว ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% บอกว่าเห็นควร และ 18% ตอบว่าไม่ทราบ

หากแต่ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม ช่วงอายุ 18-24 ปี ไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินภาษีในการจัดงานนี้มากถึง 62% ขณะที่ 15% เห็นด้วย ส่วนในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป มี 43% ที่สนับสนุน ขณะที่ 44% ไม่สนับสนุน
ผลสำรวจนี้จัดทำขึ้นในขณะที่ประชาชนกำลังเผชิญวิกฤตค่าครองชีพ การผละงานประท้วงของแรงงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายทศวรรษ

รอยเตอร์

ยังไม่มีการเปิดเผยจากรัฐบาลอังกฤษว่าพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้ จะใช้งบประมาณในการจัดงานมากเท่าใด ทั้งงานพระราชพิธี ณ วิหารเวสต์มินสเตอร์ รวมถึงงานแสดงคอนเสิร์ตที่พระราชวังวินด์เซอร์และกิจกรรมเฉลิมฉลองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นตลอดงานพระราชพิธีที่จะมีสมาชิกราชวงศ์ ประมุข ผู้นำและผู้แทนรัฐบาล ตลอดจนสมาชิกราชวงศ์ต่างๆ ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน

ขณะที่เมื่อครั้งการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปีค.ศ.1953 ใช้งบประมาณ ไปราว 912,000 ปอนด์ เมื่อเทียบกับค่าเงิน ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 20.5 ล้านปอนด์ (กว่า 879 ล้านบาท)

ย้อนกลับไปในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าจอร์จที่ 6 ในปีค.ศ. 1937 ใช้งบประมาณไป 454,000 ปอนด์ในขณะนั้น เทียบเท่ากับประมาณ 24.8 ล้านปอนด์ในปัจจุบัน (ราว 1,063 ล้านบาท)