แฟนพันธุ์แท้ราชวงศ์อังกฤษ เริ่มปักหลักจองพื้นที่ รอชมพิธีบรมราชาภิเษก ‘คิงชาร์ลส์ที่ 3’
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เหลือเพียงไม่กี่วันก่อนที่จะถึงวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคมนี้ บรรดาผู้ที่ติดตามชื่นชอบราชวงศ์อังกฤษต่างมุ่งมั่นที่จะตั้งแคมป์เป็นเวลาหลายวันตลอดแนวถนนเดอะมอลล์ ในกรุงลอนดอน ที่ทอดยาวไปยังพระราชวังบักกิงแฮม เพื่อให้ได้ที่นั่งแถวหน้าสุดเพื่อชมพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้
- จับกระแสทัศน์ผู้ดี ต่อสถาบันยุคคิงชาร์ลส์
นางมารี สก๊อตต์ วัย 52 ปี หนึ่งในคนกลุ่มแรกๆ ที่มาตั้งแคมป์บนถนนเดอะมอลล์ กล่าวความรู้สึกว่า “นี่คือช่วงเวลาในหน้าประวัติศาสตร์ เราโชคดีมากที่ได้มีโอกาสชมพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกในครั้งนี้” สก๊อตต์เริ่มเข้าชมพระราชพิธีของราชวงศ์อังกฤษนับตั้งแต่งานพระราชพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียม แห่งเวลส์ และเคท เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ในปี 2554 โดยกล่าวว่าความรู้สึกที่ได้จากการชมพระราชพิธีจริงนั้นแตกต่างจากการชมผ่านทางโทรทัศน์
“คุณต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง และรับรู้ถึงความรู้สึกรอบตัวคุณ” นางสก๊อตต์กล่าว ผู้ที่ติดตามและชื่นชอบราชวงศ์อังกฤษต่างมุ่งมั่นที่จะจับจองพื้นที่ต่างๆ ที่สามารถชมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้ชัดที่สุด ตั้งแต่ช่วงการเคลื่อนขบวนไปยังมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ไปจนถึงช่วงออกจากมหาวิหาร เนื่องจากคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในกรุงลอนดอนนับหลายแสนคน
อีกหนึ่งคนที่มาปักหลักรอชมพระราชพิธีคือนางแคโรล ฟอสเตอร์ วัย 63 ปี ที่มาตั้งแคมป์รอที่ถนนเดอะมอลล์ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน นางฟอสเตอร์เล่าว่า “เราอยากได้จุดชมพระราชพิธีที่ดี เพราะเราคิดว่าวันงานคนจะวุ่นวายมาก และมันเป็นงานที่มีแค่ครั้งหนึ่งในชีวิตเท่านั้น”
ยิ่งไปกว่านั้น พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันเสาร์นี้ ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างแดนให้มาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ เช่นนายโทมัส มัวร์ ชาวอเมริกันที่มีเชื้อสายอังกฤษวัย 80 ปี จากเมืองซอลต์เลก ซิตี้ ในรัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐ ที่เดินทางมาปักหลักที่กรุงลอนดอนพร้อมกับนางสเตฟานี ภรรยา
นายโทมัสเล่าว่า ตนเดินทางมาประเทศอังกฤษเพื่อเข้าชมพระราชพิธีของราชวงศ์อังกฤษหลายครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา “ผมรู้สึกขนลุกเมื่อตอนที่ผมเห็นกษัตริย์ทรงขับรถผ่าน ผมเป็นส่วนหนึ่งของคนรุ่นเก่าที่อะไรแบบนี้มันมีความหมายมาก มันเป็นโอกาสที่พิเศษมาก” นายโทมัสกล่าว





