กต.เผยสถิติคนไทย ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 2566 ทะลุ 115,139
นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ปี 2566 ชี้คนไทยลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรใกล้เคียงกับยอดผู้ลงทะเบียนเมื่อปี 2562 ย้ำสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล (สอท. และ สกญ.) ได้กำหนดวิธีการและวันเวลาเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนให้สะดวกและเข้าถึงได้ง่ายที่สุด รวมทั้งถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเมื่อปี 2562 เพื่อป้องกันปัญหาด้านการขนส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรกลับประเทศไทยด้วยแล้ว
สำหรับการลงทะเบียนขอใช้สิทธิการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร สอท. และ สกญ. ได้เปิดลงทะเบียนให้คนไทยขอใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 9 เมษายน 2566 โดยยอดลงทะเบียนของผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 115,139 ราย ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2562 ซึ่งมีจำนวน 119,313 ราย โดยประเทศที่มีคนไทยลงทะเบียนขอใช้สิทธิมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) ออสเตรเลีย (19,830 ราย) (2) สหรัฐฯ (15,190 ราย) (3) สหราชอาณาจักร (7,495ราย) (4) ญี่ปุ่น (7,414 ราย) และ (5) เยอรมนี (5,954 ราย)

ในส่วนของวิธีการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร สอท. และ สกญ. ได้กำหนดวิธีการจัดการเลือกตั้ง (ซึ่งประกอบด้วยแบบคูหา ทางไปรษณีย์ และวิธีอื่น ๆ เช่น การจัดหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่) ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ อาทิ การจัดการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกประเทศ แต่เหมาะสำหรับประเทศที่มีระบบ ไปรษณีย์ที่มีประสิทธิภาพ ส่วนการกำหนดวันและเวลาจัดการเลือกตั้ง สอท. และ สกญ. ได้คำนึงถึงวิถีชีวิตของพี่น้องคนไทยในเขตอาณา เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิต วันที่ต้องทำงาน และเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนให้เข้าถึงได้ง่ายที่สุดด้วย
ล่าสุด ในช่วงสุดสัปดาห์ระหว่างวันที่ 28 – 30 เมษายน 2566 มีการจัดคูหาเลือกตั้งในหลายประเทศ ทำให้มีการทยอยขนส่งบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วเข้ามาจำนวนมาก โดย สอท. และ สกญ. ที่ได้ส่งถุงเมล์เข้ามาแล้วมี 17 แห่ง ได้แก่ (1) ลอสแอนเจลิส (2) สะหวันนะเขต (3) ซีอาน (4) กาฐมานฑุ (5) ปราก (6) วอชิงตัน (7) อาบูจา (8) คูเวต (9) การาจี (10) สิงคโปร์ (11) ปีนัง (12) โกตาบารู (13) โดฮา (14) ฮานอย (15) โฮจิมินห์ (16) มานามา (17) ไคโร (สถานะ ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2566) ซึ่งเกือบทุกแห่งมีผู้ใช้สิทธิมากกว่าร้อยละ 80 ของผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งฯ

เพื่อให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาการส่งบัตรเลือกตั้งกลับไทยและให้ทันการส่งไปที่หน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขต สำหรับการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ สอท. และ สกญ. ได้ประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ขอใช้สิทธิส่งคืนซองบัตรที่ลงคะแนนแล้วคืนให้แก่หน่วยงาน เพื่อให้ สอท. และ สกญ. บริหารจัดการในการคัดแยกและส่งซองบัตรเลือกตั้งกลับต่อไป นอกจากนี้ หน่วยงานดังกล่าวทุกแห่งก็อนุโลมให้ผู้ขอใช้สิทธิทางไปรษณีย์ สามารถนำบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วไปส่งคืนที่ สอท.และ สกญ. ด้วยตนเองได้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกอีกทางหนึ่งด้วย
นอกจากนี้ เพื่อป้องกันปัญหาความผิดพลาดจากปัจเจกบุคคล กระทรวงฯ ได้พัฒนาระบบ Overseas Voting Monitoring System (OVMS) เพื่อติดตามการดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ รวมถึงขั้นตอนการขนส่งบัตรเลือกตั้งของ สอท. และสกญ. ในรูปแบบ Checklist แบบ real-time และกำหนดแนวทางอย่างรัดกุม โดยให้ สอท. และ สกญ. บางแห่งใช้วิธีให้เจ้าหน้าที่ถือถุงเมล์บัตรเลือกตั้งกลับมายังประเทศไทย หรือไปส่งถุงเมล์ที่ตัวแทนขนส่งในเมืองที่มีเที่ยวบินตรงด้วย

นางกาญจนาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการเลือกตั้งแบบไปรษณีย์นั้น ปัญหาที่พบได้แก่ (1) ผู้ลงทะเบียนกรอกที่อยู่ไม่ชัดเจนหรือกรอกผิด ทำให้ซองเอกสารเลือกตั้งตีกลับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ สอท. และ สกญ. ได้ติดต่อผู้ขอใช้สิทธิเพื่อจัดส่งเอกสารให้อีกครั้ง จึงเกิดความล่าช้าบ้าง (2) ระบบไปรษณีย์ของประเทศนั้นๆ ล่าช้า ตลอดจนความเสี่ยงจากสหภาพแรงงานของไปรษณีย์หยุดงานประท้วงเนื่องจากอยู่ในช่วงวันแรงงาน เป็นต้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สอท. และ สกญ. อนุโลมโดยอำนวยความสะดวกให้กรณีที่ผู้ขอใช้สิทธิทางไปรษณีย์ที่ประสงค์จะนำบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วไปส่งคืนที่หน่วยงานด้วยตนเอง ก็สามารถกระทำได้
สุดท้าย นางกาญจนาได้เชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรใช้สิทธิของท่าน ตามวิธีการและวันเวลาที่แต่ละ สอท. และ สกญ. กำหนด โดยหากมีปัญหา สามารถสอบถามหน่วยงานดังกล่าวในพื้นที่ของท่าน หรือศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้


