เซเลนสกี ลั่นปูตินต้องรับโทษ หนุนตั้งศาลพิเศษเอาผิดรัสเซีย ข้อหาก่ออาชญากรรมรุกราน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนได้เดินทางเยือนกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม โดยกล่าวว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียจะต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจากการทำสงครามในประเทศยูเครน พร้อมกับเรียกร้องให้มีการจัดตั้งศาลพิเศษ ที่แยกมาจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) เพื่อเอาผิดรัสเซียจากการก่ออาชญากรรมรุกราน
ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวในถ้อยแถลงว่า ผู้รุกรานจะต้องรู้สึกถึงพลังแห่งความยุติธรรมอย่างเต็มที่ และนี่คือความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ของเรา “มีเพียงสถาบันเดียวเท่านั้นที่สามารถในตอบสนองต่ออาชญากรรมรุกรานนั่นก็คือศาล ไม่ใช่แค่การดำเนินการในศาลอย่างประนีประนอมเพื่อเปิดโอกาสให้นักการเมืองกล่าวอ้างว่าคดีได้ถูกดำเนินไปแล้ว แต่เป็นศาลที่ดำเนินการอย่างจริงจัง และเต็มรูปแบบ” เซเลนสกีกล่าว
การก่ออาชญากรรมรุกรานนั้นซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญาระหว่างประเทศจากการรุกราน หรือโจมตีโดยใช้กองทัพของรัฐบนดินแดนของอีกประเทศหนึ่ง หรือการยึดครองทางทหารใดๆ
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม ศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่ตั้งอยู่ในกรุงเฮก อันเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้เดินทางไปเยือนในวันเดียวกัน ได้ออกหมายจับประธานาธิบดีปูตินภายใต้ข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้รับผิดชอบต่อการก่ออาชญากรรมสงคราม จากการเนรเทศเด็กชาวยูเครนออกจากประเทศของตนเอง
อย่างไรก็ตาม ไอซีซีไม่มีอำนาจในการตัดสินคดีอาชญากรรมรุกราน ทำให้คณะกรรมาธิการยุโรปและหน่วยงานอื่นๆ สนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อดำเนินคดีอาชญากรรมรุกรานที่ก่อในประเทศยูเครน ซึ่งจะมีที่ตั้งอยู่ในกรุงเฮก โดยทางฝั่งรัสเซียไม่ได้เป็นสมาชิกของไอซีซี และปฏิเสธขอบเขตอำนาจศาลดังกล่าวแล้ว
ยังมีคำถามทางกฎหมายและทางปฏิบัติว่าศาลดังกล่าวจะถูกทำให้ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ระหว่างการเห็นชอบของกลุ่มประเทศที่สนับสนุน หรือที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
เซเลนสกีกล่าว โดยอ้างถึงชื่อของประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียว่า “เราทุกคนอยากเห็นวลาดิมีร์อีกคนในกรุงเฮก ผู้ซึ่งสมควรถูกคว่ำบาตรจากอาชญากรรมที่เขาได้ก่อที่นี่ ในเมืองหลวงของกฎหมายระหว่างประเทศ” พร้อมกับประกาศว่า ตนมั่นใจว่าเราจะเห็นภาพดังกล่าวเมื่อตอนที่ยูเครนได้รับชัยชนะ และยูเครนจะได้รับชัยชนะ “ผู้ใดก็ตามที่นำมาซึ่งสงครามย่อมควรได้รับการพิพากษา” เซเลนสกีกล่าว

