หน้าแรก ต่างประเทศ อิเหนาลั่น ใช...

อิเหนาลั่น ใช้ ‘การทูตเงียบ’ ช่วยแก้วิกฤตขัดแย้งเมียนมา

5.05.23 | 16:26 น.
(REUTERS)

อิเหนาลั่น ใช้ ‘การทูตเงียบ’ ช่วยแก้วิกฤตขัแย้งเมียนมา

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รัฐมนตรีการต่างประเทศของอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมว่า อินโดนีเซียกำลังใช้ “การทูตเงียบ” (quiet diplomacy) เพื่อพูดคุยกับทุกฝ่ายในความขัดแย้งของเมียนมา และกระตุ้นความพยายามในการสร้างสันติภาพขึ้นมาอีกครั้งในประเทศนี้ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมือง

อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประธานอาเซียนประจำปีนี้ หวังที่จะเริ่มต้นแผนการตามฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งอาเซียนสามารถบรรลุหลักการดังกล่าวกับรัฐบาลทหารเมียนมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากความพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อยุติความรุนแรงในประเทศสมาชิกอาเซียนนี้ล้มเหลว

เร็ตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย แถลงข่าวว่า ในช่วงแรกของการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน อินโดนีเซียตัดสินใจที่จะใช้หลักการทางการทูตเงียบ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้พื้นที่สำหรับฝ่ายต่างๆ ในการสร้างความไว้วางใจ แนวทางการทูตเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าอินโดนีเซียจะนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ดังกล่าว

มาร์ซูดีกล่าวว่า การทูตของจาการ์ตาตั้งแต่ต้นปีนั้นยังรวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับทุกฝ่ายในความขัดแย้ง อาทิ รัฐบาลเงาของเมียนมา รัฐบาลที่กองทัพเมียนมาเป็นผู้แต่งตั้ง และกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อย ถึง 60 ครั้ง ซึ่งหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนสำหรับความพยายามอื่นๆ ต่อไปในการคลี่คลายปัญหานี้

Advertisement

สอดคล้องกับที่เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศอินโดนีเซียกล่าวว่า รัฐสมาชิกอาเซียนทุกประเทศได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับพบปะหารือกับทุกฝ่ายของอินโดนีเซียแล้ว

ทั้งนี้ การทูตเงียบคือรูปแบบการเจรจาแบบหนึ่งที่หลีกเลี่ยงการกระจายข่าวเป็นวงกว้าง หรือการทูตโทรโข่ง (megaphone diplomacy) เพื่อลดแรงกดดันจากด้านต่างๆ ต่อฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้งให้น้อยลง และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกฝ่ายสามารถแสดงออกได้อย่างเปิดกว้าง

ส่วนคำแถลงการณ์ของมาร์ซูดีเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนซึ่งมีอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพ โดยการประชุมครั้งแรกจะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้าบนเกาะโฟลเร็ซ ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย ขณะที่รัฐบาลทหารเมียนมาไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมนี้

เมียนมาประสบกับความไม่สงบและความแตกแยกทางการเมืองนับตั้งแต่การรัฐประหารของกองทัพเมียนมาที่ขับไล่รัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 พร้อมทั้งปรากฏการปราบปรามผู้เห็นต่างอย่างนองเลือดจนก่อให้เกิดการก่อความไม่สงบและวิกฤตเศรษฐกิจ