ลำดับพิธีพระบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3
6 พฤษภาคม 2566 เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของราชวงศ์อังกฤษ ด้วยเป็นวโรกาสมงคลในการประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ที่ซึ่งพระองค์จะทรงกลายเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 40 ที่จะประกอบพระราชพิธีดังกล่าว ณ ศาสนสถานแห่งนี้นับย้อนหลังไปกว่า 1,000 ปี หรือตั้งแต่ปีค.ศ. 1066
06.00 น. การเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการจะเริ่มต้นด้วยขบวนเสด็จจากพระราชวังบักกิงแฮมไปยังมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ โดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีคามิลลา พระมเหสี จะประทับราชรถพัชราภิเษก ซึ่งสร้างขึ้นในปี 2012 เคลื่อนไปตามถนนเดอะมอลล์ มุ่งไปยังจตุรัสทราฟัลการ์ จากนั้นไปตามถนนไวท์ฮอลล์และถนนรัฐสภา ตรงไปยังประตูใหญ่ทิศตะวันตกของมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ รวมระยะทาง 2.29 กิโลเมตร

โดยตลอดสองข้างทางจะเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมรับชมพระราชพิธีได้ นอกจากนี้ในแต่ละจุดจะมีการติดตั้งจอถ่ายทอดสดงานพระราชพิธี ในสวนสาธารณะไฮด์พาร์ค กรีนพาร์ค และเซนต์เจมส์พาร์ค หากถนนสองข้างทางมีผู้ร่วมรับชมเต็มพื้นที่ อย่างไรก็ดีรูปแบบของขบวนแห่ดังกล่าวจะเล็กกว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชมารดาในปีค.ศ. 1953
เมื่อขบวนเสด็จมาถึงมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งคาดว่าน่าจะก่อนเวลา 11.00 น. กษัตริย์ชาร์ลส์ จะเสด็จฯเข้ามหาวิหารทางประตูใหญ่ทิศตะวันตกไปยังส่วนกลางของมหาวิหาร พระราชพิธีภายในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในเวลา 11.00 น.
ขั้นตอนแรก “รับรองฐานะความเป็นกษัตริย์”
กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 จะถูกนำเสนอต่อ “ประชาชน” ซึ่งเป็นประเพณีที่ย้อนไปถึงสมัยแองโกลแซกซอน จัสติน เวลบี อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี ที่ยืนเคียงข้างพระราชอาสน์ “บัลลังก์พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด” ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึง 700 ปี จะหันไปในแต่ละด้านของมหาวิหาร และประกาศให้พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เป็น “กษัตริย์โดยแท้จริง” ก่อนจะประกาศให้ผู้คนที่มาชุมนุมร่วมกันถวายความเคารพ และถวายความจงรักภักดี ก่อนจะเปล่งเสียงพร้อมกันว่า “God save the King” หรือ “ขอพระผู้เป็นเจ้าทรงปกปักรักษาพระราชา” โดยจะมีการเป่าแตรรับหลังการกล่าวถวายความจงรักภักดีในทุกครั้ง
ขั้นตอนที่สอง “กล่าวคำสัตย์ปฏิญาน”
กษัตริย์พระองค์ใหม่จะตรัสคำสัตย์ปฏิญานว่าจะทรงรักษากฎหมายและศาสนจักรเชิร์ชออฟอิงแลนด์ตลอดรัชสมัยของพระองค์ ซึ่งในขั้นตอนนี้สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงวางพระหัตถ์ลงบนพระกิตติคุณศักดิ์สิทธิ์ (Holy Gospel) ขณะพระองค์จะทรงประกาศคำมั่นว่าจะปฏิบัติตามและรักษาสัญญาเหล่านั้น
ขั้นตอนที่สาม “การเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์”
ในขั้นตอนนี้ฉลองพระองค์คลุมและฉลองพระองค์ชั้นนอกที่เป็นชุดพิธีการจะถูกถอดออก จากนั้นสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงประทับบนบัลลังก์พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด (ซึ่งเป็นพระราชอาสน์ที่พระมหากษัตริย์อังกฤษ 26 พระองค์ทรงประทับขณะประกอบพิธีทรงพระมหามงกุฎ) จากนั้นอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีจะเทน้ำมันเจิมที่ผ่านพิธีการปลุกเสกเป็นที่เรียบร้อยในกรุงเยรูซาเล็มก่อนหน้านี้ ออกจากขวดทองคำรูปนกอินทรีย์สีทอง ซึ่งทำขึ้นใหม่สำหรับประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ลงไปยังช้อนราชาภิเษก ก่อนจะเจิมน้ำมันดังกล่าวเป็นเครื่องหมายกางเขนบนพระนลาฎ(หน้าผาก) พระอุระ (หน้าอก) และ พระหัตถ์ทั้งสองของข้างของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนที่ศักดิ์สิทธิที่สุดของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ขั้นตอนที่สี่ “พิธีสถาปนาอย่างเป็นทางการ”
นี่คือขึ้นตอนแห่งการทรงพระมหามงกุฎ ซึ่งจะเป็นครั้งเดียวในพระชนม์ชีพที่กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงสวมพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด โดยอาร์ชปิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีจะถวายพระราชกกุธภัณฑ์แห่งกษัตริย์แด่กษัตริย์ อันประกอบด้วย ลูกโลกของกษัตริย์ พระธำมรงค์ราชาภิเษก พระคทากางเขตแห่งกษัตริย์ และคทานกพิราบแห่งกษัตริย์ ตามด้วยขั้นตอนสุดท้ายคือ พิธีการทรงพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดให้กับพระองค์ จากนั้นจะมีการเป่าแตรและยิงปืนสลุตทั่วสหราชอาณาจักร
ขั้นตอนที่ห้า “การขึ้นครองราชย์”
ขั้นตอนช่วงสุดท้ายแห่งพระราชพิธีคือภาพของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ที่ประทับบนบัลลังก์ จากนั้นผู้สืบสันตติวงศ์และพระบรมวงศานุวงศ์จะถวายความเคารพแด่พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ กล่าวคำสัตย์ปฏิญานและจุมพิตพระหัตถ์ขวา
หลังการแสดงความเคารพดังกล่าว สมเด็จพระราชินีคามิลลาจะได้รับการเจิม สวมพระมหามงกุฎ และสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินี แต่ทรงไม่ต้องตรัสคำสัตย์ปฏิญาณ โดยสมเด็จพระราชินีคามิลลาจะทรงสวมพระมหามงกุฎควีนแมรี

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าชาร์ลที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา จะเสด็จลงจากบัลลังก์ ซึ่งคาดว่าทั้งสองพระองค์จะเสด็จฯเข้าไปยังโบสถ์เซนต์เอ็ดเวิร์ด ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงถอดพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดออก และจะทรงสวมพระมหามงกุฎอิมพีเรียลสเตท ก่อนจะร่วมขบวนเสด็จกลับไปยังพระราชวังบักกิงแฮมตามเส้นทางที่เสด็จมาก ซึ่งในครั้งนี้ทั้งสองพระองค์จะประทับราชรถทองคำ (The Gold State Coach) ที่มีอายุถึง 260 ปี ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทุกครั้งนับตั้งแต่พระเจ้าวิลเลียมที่ 4 ในปี 1831
เมื่อเสด็จถึงพระราชวังบักกิงแฮม สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีคามิลลา จะเสด็จออกสีหบัญชรของพระราชวัง เพื่อทักทายประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ ขณะที่เครื่องบินของกองทัพอังกฤษจะทำการบินผ่านเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวโรกาสสำคัญดังกล่าวเป็นเวลา 6 นาที
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดข้อมูล ‘ราชรถเทียมม้า’ ในขบวนเสด็จฯ พิธีบรมราชาภิเษก ‘คิงชาร์ลส์ที่ 3’
ของที่ระลึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกคิงชาร์ลส์ ขายเร็วเป็นอันดับ 2 ในรอบ 30 ปี

