คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ธุรกิจจัดงานศพแดนโสมใต้ปรับตัว หลังเทรนด์คนเตรียมตัวตายลำพังพุ่ง
แนวโน้มที่คนหนุ่มสาวในเกาหลีใต้ เลือกที่จะอยู่เป็นโสดกันเพิ่มมากขึ้น กำลังกลายเป็นปรากฎการณ์ที่ทำให้ภาคธุรกิจจัดงานศพในประเทศนี้ต้องปรับตัวตาม
มีข้อมูลประมาณการว่ามากกว่า 30% ของประชากรเกาหลีใต้ที่มีทั้งสิ้นราว 52 ล้านคน ต่างยังครองตัวเป็นโสด และแนวโน้มนี้อาจจะยังไม่เปลี่ยนไปเพราะกลุ่มคนตั้งแต่ช่วงวัย 20 ปีขึ้นไปจนถึงวัย 40 ปี ต่างบอกว่าพวกเขาไม่มีแผนที่จะแต่งงานหรือมีลูก
หลายคนยังบอกว่าพวกเขาอาจต้องตายเพียงลำพัง เนื่องจากการอยู่เป็นโสดและใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว ไม่ได้มีครอบครัวดูแล ซึ่งแนวโน้มนี้นับวันยิ่งมีเพิ่มขึ้น
ตามข้อมูลของกระทรวงสวัสดิการสังคมของเกาหลีใต้ เผยแพร่เมื่อต้นปีนี้ระบุว่า ในปี 2021 มีกรณีที่เรียกว่า “โกด็อกซา” หรือการตายเพียงลำพังเกิดขึ้นในเกาหลีใต้ ราว 3,378 ราย เพิ่มขึ้น 3% จาก 3,279 รายในปี 2020
หากคิดคำนวนในช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา อัตราโกด็อกซาของเกาหลีใต้ถือว่าเพิ่มขึ้นตกเฉลี่ยอยู่ที่ 8.8% ต่อปี
นั่นทำให้คนที่ยังเป็นโสดหรือคิดครองตัวเป็นโสด เนื่องจากเหตุปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงสถานะทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพ มีอิทธิพลต่อหลักคิดในการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป ในท่ามกลางสังคมที่พลวัตอย่างรวดเร็ว ให้ได้คิดวางแผนการเตรียมตัวตายของตนเองเอาไว้ล่วงหน้า
หนึ่งในผู้ที่มีแนวคิดนี้อย่าง ชิม แจฮยอน นักศึกษาเอกวิชาการบริหารจัดการงานศพ ในวัย 24 ปี บอกว่าจนถึงตอนนี้เขายังไม่คิดเรื่องการแต่งงาน และด้วยสถานะทางเศรษฐกิจและปัจจัยอื่นๆ ทำให้เขาคิดว่าการอยู่คนเดียวก็สบายดี และเขาก็จะเตรียมการสำหรับวันสุดท้ายของชีวิตเอาไว้ เพราะไม่ต้องการเป็นภาระใคร
ขณะที่ ชเว แจซิล อาจารย์ภาควิชาบริหารจัดการงานศพของมหาวิทยาลัยอึลจี บอกว่า ทุกวันนี้งานศพถูกทำให้ง่ายขึ้น เนื่องจากผู้คนต่างปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เต็มไปด้วยวุ่นวายและผันเปลี่ยนรวดเร็ว จากแต่ก่อนที่เคยให้ความสำคัญกับธรรมเนียมประเพณีอย่างมากที่ยึดตามหลักปรัชญาขงจื้อ เช่น การบูชาบรรพบุรุษและการแสดงความกตัญญู แต่ตอนนี้วัฒนธรรมของการจัดพิธีศพถูกทำให้กลายเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้น
หนึ่งในการปรับตัวนั้นคือ การเผาศพ ที่คนนิยมวิธีการนี้มากขึ้นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่าเป็นวิธีการที่ง่ายกว่าการฝังศพ ที่ต้องหาสถานที่ฝังศพซึ่งมักอยู่ห่างไกลออกไปจากเมืองอย่างกรุงโซล และการต้องดูแลหลุมศพของบรรพบุรุษ
นั่นทำให้ธุรกิจการให้บริการสถานที่เก็บอัฐิ ได้รับความนิยมมากขึ้นในสังคมเกาหลีใต้
ฮวาง ควางโฮ ผู้อำนวยการของ House of Memory and Eternity ผู้ให้บริการสถานที่เก็บอัฐิ กล่าวว่า พื้นที่เก็บอัฐิจำนวนมากได้รับการจองไว้โดยผู้ที่วางแผนจัดการกับการตายของตนเองไว้ล่วงหน้า เพราะพวกเขาไม่ต้องการให้เป็นภาระกับลูกหลาน เมื่อก่อนลูกหลานเป็นผู้แบกรับภาระเหล่านี้ แต่ตอนนี้วัฒนธรรมนั้นเปลี่ยนไปแล้ว
แนวโน้มนี้เป็นอีกพลวัตของสังคม ที่ยังอาจสะท้อนให้เห็นถึงเส้นบางๆ ของคำว่าโดดเดี่ยวกับความเป็นอิสระก็เป็นได้

