หน้าแรก ต่างประเทศ รมว.กต.อาเซีย...

รมว.กต.อาเซียนถกปัญหาเมียนมา ’ดอน’ ชี้ต้องหาทางออก ย้ำปัจจัยภายนอกทำสู้รบยืดเยื้อ

9.05.23 | 16:41 น.
รมว.กต.อาเซียนถกปัญหาเมียนมา ’ดอน’ ชี้ต้องหาทางออก ย้ำปัจจัยภายนอกทำสู้รบยืดเยื้อ
ผู้สื่อข่าวมติชนรายงานว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 42 ที่เมืองลาบวน บาโจ ประเทศอินโดนีเซียเริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยในช่วงค่ำวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้หารือระหว่างรับประทานอาหารค่ำ ก่อนที่จะเข้าสู่การหารืออย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน การประชุมคณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และการประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียนในวันที่ 9 พฤษภาคม เพื่อเตรียมการก่อนการประชุมผู้นำอาเซียนในวันที่ 10-11 พฤษภาคมต่อไป
ประเด็นสำคัญที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนหยิบยกขึ้นมาหารือระหว่างการรับประทานอาหารค่ำคือประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งกระทรวงต่างประเทศเมียนมาได้ส่งเอกสารเพื่อชี้แจงถึงความพยายามของเมียนมาในการเดินหน้าไปสู่สันติภาพ เสถียรภาพ และประชาธิปไตย ที่เป็นการทำงานให้เกิดการสอดประสานกันระหว่างโรดแมป 5 ข้อของเมียนมากับฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน
ทั้งนี้ เมียนมาได้จำแนกการดำเนินการออกเป็น 8 ข้อประกอบด้วย 1.การให้ความร่วมมือกับผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียน ซึ่งเมียนมาระบุว่าได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนทั้งในปี 2565 ที่กัมพูชาเป็นประธานอาเซียน และในปี 2566 ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของอินโดนีเซีย โดยยึดหลักการทูตแบบเงียบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างฝ่ายต่างๆ และหาทางจัดการกับประเด็นรวมถึงความท้าทายอื่นๆ
 2.ข้อริเริ่มการเจรจาเพื่อสันติภาพของสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) 3.รายงานเกี่ยวกับการก่อการร้ายที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพ (CRPH) รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDFs) 4.ความพยายามในการฟื้นฟูเสถียรภาพ สันติภาพ และหลักนิติธรรม 5.ความพยายามในการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยที่มีพรรคการเมืองหลายพรรค 6.การนิรโทษกรรมผู้ต้องหา 7.การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่าน AHA Centre และ 8.การส่งกลับผู้พลัดถิ่นจากรัฐยะไข่ ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินการรับผู้พลัดถิ่นชุดแรก 800 คนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีถิ่นฐานอยู่ในรัฐยะไข่จริงกลับมาแล้ว
รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้แสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยมุ่งเน้นไปที่การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ทุกฝ่ายในเมียนมา ทั้งยังได้มีการหยิบยกประเด็นการโจมตีขบวนรถส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอาเซียนในเมียนมาขึ้นมาพูดถึง อย่างไรก็ดีประเด็นสำคัญในขณะนี้คือจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับทุกฝ่ายในเมียนมา ซึ่งขณะนี้อาเซียนไม่มีเงินเพียงพอและไม่มีกำลังพอที่จะทำได้ จึงคาดว่าจำเป็นที่จะต้องมีการขอความร่วมมือกับนานาชาติรวมถึงสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในอนาคตต่อไป
อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนได้เน้นย้ำถึงการรักษาการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน และการที่อาเซียนจะต้องมีบทบาทในฐานะศูนย์กลางของการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเห็นว่าต้องมีการดำเนินการตามโรดแมป 5 ข้อของเมียนมาควบคู่กันไปเพราะเชื่อว่าจะเป็นการดำเนินการที่เสริมกันในการแก้ไขปัญหา
ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ควรต้องมีการมองว่าอะไรคือทางออกและหนทางที่จะจบปัญหาในเมียนมานอกจากการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อเท่านั้น เพราะปัญหาในเมียนมามีความซับซ้อน อีกทั้งขณะนี้มีปัจจัยภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือมีการสนับสนุนด้านการเงิน ซึ่งจะยิ่งทำให้ปัญหาเมียนมาไม่จบง่าย การสู้รบขยายวงกว้างและยืดเยื้อต่อไป ไม่เป็นผลดีกับทุกฝ่าย ไม่ใช่เพียงแต่ประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับเมียนมาเท่านั้น แต่ย่อมจะส่งผลกระทบต่ออาเซียนอย่างเลี่ยงไม่พ้น