รัฐสภาฝรั่งเศสวอนอียูจัด กลุ่มวากเนอร์ เป็นกลุ่มก่อการร้าย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รัฐสภาของฝรั่งเศสได้ลงมติเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม เรียกร้องให้สหภาพยุโรป (อียู) จัดให้กลุ่มวากเนอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มทหารรับจ้างของรัสเซีย ให้เป็น “กลุ่มผู้ก่อการร้าย” อย่างเป็นทางการ
มติดังกล่าว ที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายและเป็นในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ได้ผ่านการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากทุกกลุ่มการเมืองของฝรั่งเศส นายเบนจามิน ฮัดแดด สมาชิกรัฐสภาจากพรรครัฐบาลฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้ร่างมติดังกล่าว หวังว่ามตินี้จะผลักดันให้ชาติสมาชิกของอียูทั้ง 27 ชาติ ใส่ชื่อกลุ่มวากเนอร์ลงในรายชื่อขององค์กรก่อการร้ายของประเทศนั้นๆ
นายฮัดแดดกล่าวต่อรัฐสภาว่า “ไม่ว่าพวกเขาจะดำเนินงานที่ใด สมาชิกของกลุ่มวากเนอร์ได้แผ่ขยายความไม่มั่นคงและความรุนแรงไปยังที่นั้น” ฮัดแดดยังกล่าวด้วยว่า กลุ่มวากเนอร์ไม่ใช่กลุ่มทหารรับจ้างทั่วไปที่ขับเคลื่อนด้วยเงิน แต่ยังดำเนินงานตามยุทธวิธีแบบกว้างๆ ตั้งแต่ประเทศมาลีไปจนถึงยูเครน ในการสนับสนุนนโยบายที่ก้าวร้าวของระบอบการปกครองของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ที่มีต่อระบอบประชาธิปไตยของเรา
ด้านนายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวขอบคุณรัฐสภาของฝรั่งเศส และเรียกร้องให้ชาติอื่นๆ ปฏิบัติตาม ทั้งนี้ หากถูกจัดให้เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้าย จะทำให้ชาติสมาชิกของอียูสามารถแช่แข็งสินทรัพย์ของกลุ่มวากเนอร์และสมาชิกได้ ขณะที่บริษัทและประชาชนในยุโรปถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำการค้ากับกลุ่มวากเนอร์
อย่างไรก็ดี ทั้งกลุ่มวากเนอร์และนายเยฟเกนี พริโกซิน หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ถูกอียูคว่ำบาตรก่อนหน้านี้แล้วหลายครั้ง โดยถูกคว่ำบาตรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์จากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทวีปแอฟริกา และถูกคว่ำบาตรอีกครั้งเมื่อเดือนเมษายนจากการร่วมมือกับรัสเซียเข้ารุกรานยูเครน โดยสินทรัพย์ของพริโกซินในอียูถูกแช่แข็งในปี 2020 และมีชื่ออยู่ในบัญชีดำวีซ่าจากการส่งทหารกลุ่มวากเนอร์เข้าไปยังประเทศลิเบีย
แคทเธอรีน โคโลนนา รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าวยอมรับต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติว่า แม้การถูกตีตราให้เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายของอียูนั้น ตามกฎหมายแล้วจะไม่มีผลเพิ่มเติมโดยตรงต่อกลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด แต่เราไม่ควรประเมินความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ในการกำหนดดังกล่าวต่ำไป หรือผลกระทบที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอาจมีรัฐถูกล่อลวงให้หันไปหากลุ่มวากเนอร์

