ไบเดนเตือน ศก.มะกันถดถอยแน่ หากรีพับลิกันยังขวางเพิ่มเพดานหนี้ ประเด็นใหญ่การประชุมจี7
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้กดดันสมาชิกสภานิติบัญญัติของพรรครีพับลิกันให้เร่งปรับเพิ่มเพดานหนี้ของประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ มิเช่นนั้นอาจเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยซึ่งจะนำไปสู่การปลดพนักงานหลายพันตำแหน่งได้
คำกล่าวของประธานาธิบดีไบเดนมีขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่มีการพูดคุยกับสมาชิกสภานิติบัญญัติระดับสูงของพรรครีพับลิกันและเดโมแครตเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน เพื่อพยายามที่จะเพิ่มเพดานหนี้และหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังของสหรัฐกล่าวเตือนว่า รัฐบาลสหรัฐอาจไม่มีเงินมาชำระหนี้อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ หากไม่มีการเพิ่มเพดานหนี้
พรรครีพับลิกันระบุว่าจะสนับสนุนการขยายเพดานหนี้ หากไบเดนตกลงที่จะลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลย้อนหลัง ขณะที่ไบเดนเองต้องการที่จะขยายเพดานหนี้ขึ้นโดยไม่ต้องลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล แต่ไบเดนยังแสดงความต้องการที่จะเจรจาถึงงบประมาณครั้งต่อไป
ประธานาธิบดีไบเดนเตือนว่าเศรษฐกิจหลังผ่านพ้นช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจประสบปัญหา จากการที่สหรัฐผิดนัดชำระหนี้
“นี่ไม่ใช่เวลาที่จะนำทุกอย่างมาเสี่ยง เพื่อข่มขู่ว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย เพื่อบั่นทอนจุดยืนของสหรัฐในเวทีโลก ภัยคุกคามจากพรรครีพับลิกันนั้นอันตรายและไม่สมเหตุสมผลเสียเลย” ไบเดนกล่าว
ความขัดแย้งในการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐถือเป็นประเด็นใหญ่ในการประชุมระดับรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ (จี7) ซึ่งกำหนดจะเริ่มขึ้นในวันนี้ที่จังหวัดนีงะตะ ประเทศญี่ปุ่น (11 พ.ค.) โดยคาดว่านางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐ จะต้องเผชิญกับคำถามถึงการที่สหรัฐจะป้องกันการเกิดความปั่นป่วนในตลาดการเงินได้อย่างไร ซึ่งกำลังปั่นป่วนอยู่ก่อนหน้านี้แล้วจากการที่ธนาคารหลายแห่งในสหรัฐล้มลง
นายมาซาโตะ คันดะ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (9 พ.ค.) ว่ารัฐมนตรีคลังของชาติสมาชิกกลุ่มจี 7 อาจมีการพูดคุยกันถึงเรื่องเพดานหนี้สหรัฐ แต่อาจไม่มีการเอ่ยถึงประเด็นดังกล่าวอย่างชัดเจนในแถลงการณ์ร่วมหลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันเสาร์นี้ (13 พ.ค.)
นอกจากนั้นแล้ว การประชุมระดับรัฐมนตรีคลังจี 7 และบรรดาธนาคารกลางของประเทศต่างๆ อาจมีการพูดคุยกันถึงเรื่องความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก ซึ่งรวมถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังพุ่งสูง ผลกระทบจากการที่สหรัฐและยุโรปขึ้นอัตราดอกเบี้ย และวิธีที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการเงินโลก ไปจนถึงขั้นตอนในการป้องกันรัสเซียไม่ให้หลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรจากการบุกเข้ารุกรานยูเครน

