หน้าแรก ต่างประเทศ สื่อสิงคโปร์ต...

สื่อสิงคโปร์ตีข่าวเลือกตั้งไทย มั่นใจ ‘เพื่อไทย’ ชนะเลือกตั้ง แต่อาจไม่ได้เก้าอี้นายกฯ

13.05.23 | 15:14 น.
ภาพรอยเตอร์

สื่อสิงคโปร์ตีข่าวเลือกตั้งไทย มั่นใจ ‘เพื่อไทย’ ชนะเลือกตั้ง แต่อาจไม่ได้เก้าอี้นายกฯ

บทวิเคราะห์ของ แชนแนลนิวส์เอเชีย (ซีเอ็นเอ) สื่อสิงคโปร์ ที่รวบรวมความเห็นของนักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีต่อการเลือกตั้งของไทยที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ โดยพาดหัวบทวิเคราะห์ว่า พรรคเพื่อไทย อาจจะซิวที่นั่งในสภาไปได้มากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ไม่จำเป็นต้องได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปครอง

โดยบทวิเคราะห์ของซีเอ็นเอระบุว่า ผลโพลต่างๆ ที่มีการสำรวจมา ต่างชี้ว่า 2 พรรคหลักฝ่ายค้านในขั้วเสรีประชาธิปไตย คือ พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล มีความนิยมนำเหนือพรรคฟากรัฐบาลที่ถูกตีตราว่าเป็นฝ่ายอนุรักษนิยม ทว่ายังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างไร หลังทราบผลการเลือกตั้งครั้งนี้แล้ว โดยพรรคเพื่อไทยได้เปิดเงื่อนไขสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลออกมาแล้ว แต่พรรคเพื่อไทยมีสิทธิพลาดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ แม้ว่าจะคว้าที่นั่งในสภาไปได้มากที่สุดก็ตาม

รอยเตอร์

ดร.เควิน ฮิววิสัน ศาสตราจารย์พิเศษด้านเอเชียศึกษาเวลดอน อี.ธอร์นตัน แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ให้ความเห็นกับซีเอ็นเอ โดยชี้ถึงกระบวนการทางการเมืองไทย ที่นายกรัฐมนตรีอาจเป็นผู้ที่ไม่ได้รับการโหวตในการเลือกตั้ง โดยการเลือกนายกรัฐมนตรีจะเป็นการโหวตร่วมกันระหว่าง ส.ส. 500 เสียงที่ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร และ ส.ว. 250 เสียง ที่มาจากการแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารเมื่อหลายปีก่อนที่ยังคงอยู่ ทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะควบคุมคะแนนเสียงสำคัญในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ จึงมีแรงกดดันอย่างมากสำหรับ ส.ว.ที่จะยอมรับเจตจำนงของประชาชนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคที่ได้รับการเสนอชื่อจนถึงตอนนี้ ต่างก็อยู่ในสนามเลือกตั้ง

ด้าน ดร.เจมส์ อ็อกกี รองศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยแคนเทอร์เบอรี กล่าวว่า การเลือกตั้งของไทยค่อนข้างน่าสนใจในแง่ที่ว่าชัยชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครได้คะแนนเสียงมากที่สุด และใครได้ที่นั่งมากที่สุด เขาตั้งข้อสังเกตว่านับตั้งแต่เปลี่ยนสหัสวรรษ จำนวนที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้งทุกครั้งตกเป็นของพรรคเพื่อไทย หรือพรรคพลังประชาชน หรือพรรคไทยรักไทย แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากการแทรกแซงบางอย่าง ที่ทำให้ถูกยุบพรรคถึงสองครั้งเพื่อไม่ให้บริหารประเทศได้

Advertisement

บรรดาผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า พรรคเพื่อไทยที่ตั้งเป้าจะชนะแบบแลนด์สไลด์ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเองโดยไม่ต้องเป็นรัฐบาลผสม ได้ระบุเงื่อนไขในกรณีหากต้องจับมือตั้งรัฐบาลผสม โดยพรรคเพื่อไทยต้องการตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และการคุมกระทรวงสำคัญเป็นส่วนใหญ่ ส่วนอีกเงื่อนไขคือเรื่องมาตรา 112 ที่ ดร.ฮิววิสันมองว่า หากพรรคก้าวไกลจับมือกับพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล ก็ยังอาจมีพื้นที่ให้เจรจากันในเรื่องนี้ระหว่างสองพรรคได้

อีกประเด็นที่อาจเป็นความกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็คือการที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง แต่อาจไม่ได้ลงเอยด้วยการบริหารประเทศ แล้วอาจหันไปจับมือกับขั้วตรงข้าม เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกัน ดร.อ็อกกีกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยบอกว่าจะไม่ทำเช่นนั้น แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าทุกคนจะเชื่อพวกเขาอย่างนั้น

ด้านนายเกรย์ เรย์มอนด์ นักวิชาการจากโรงเรียนกิจการเอเชียแปซิฟิก โครอลเบล แห่งมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า เรื่องเศรษฐกิจเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ของไทย โดยเป็นที่ชัดเจนว่าพรรคต่างๆ ให้ความสำคัญกับนโยบายต่างๆ เช่นการแจกเงิน นโยบายประชานิยม และสิ่งที่สามารถทำได้เพื่อประชาชนที่เผชิญกับความยากลำบากมาตั้งแต่เกิดโรคโควิด-19

เรย์มอนด์ยังมองอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างแข็งขัน ในการทำให้กองทัพเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมือง โดยการสนับสนุนพรรคการเมืองขั้วประชาธิปไตย เช่น พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล และปฏิเสธพรรคทหารจำแลง