หน้าแรก ต่างประเทศ บังกลาเทศอพยพ...

บังกลาเทศอพยพ ปชช.ครึ่งล้าน รับมือไซโคลน ‘โมคา’ จ่อขึ้นฝั่งถล่ม

13.05.23 | 16:51 น.
ประชาชนรวมตัวกันอยู่บริเวณชายหาดเมืองค็อกซ์บาซาร์ ประเทศบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ก่อนหน้าที่ไซโคลนโมคา ที่คาดว่าจะพัดขึ้นฝั่งในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม (เอเอฟพี)

บังกลาเทศอพยพ ปชช.ครึ่งล้าน รับมือไซโคลน ‘โมคา’ จ่อขึ้นฝั่งถล่ม

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า บังกลาเทศอพยพประชาชนราว 500,000 คน ไปยังพื้นที่ปลอดภัยทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ในการเตรียมการรับมือกับพายุไซโคลน “โมคา” ที่อาจเป็นพายุไซโคลนที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปีของบังกลาเทศ ซึ่งคาดว่าจะพัดขึ้นฝั่งบังกลาเทศ ในวันอาทิตย์(14 พ.ค.)นี้ ด้วยกำลังลม 170 กม.ต่อชม. และอาจก่อสตอร์มเซิร์จ หรือคลื่นพายุซัดฝั่งสูงถึง 12 ฟุตได้

มีความห่วงกังวลว่าไซโคลนโมคา อาจก่อผลกระทบต่อค่ายผู้อพยพค็อกซ์บาซาร์ ในบังกลาเทศ ซึ่งเป็นค่ายผู้อพยพที่ใหญ่ที่สุดโลก ซึ่งมีผู้อพยพลี้ภัยเข้ามาอาศัยอยู่ในค่ายพักพิงชั่วคราวแห่งนี้มากถึง 1 ล้านคนด้วย ขณะที่ฝนได้ตกกระหน่ำลงมาในพื้นที่ดังกล่าวและมีการยกระดับเตือนภัยสีแดงในพื้นที่แล้ว

ชาวเมืองสิตตะเว ในรัฐยะไข่ของเมียนมา ขณะอพยพไปยังที่ปลอดภัย เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม (เอเอฟพี)

ยังมีการปิดสนามบินที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง การประกาศเตือนให้ชาวประมงหยุดออกเรือ และได้มีการตั้งศูนย์พักพิง 1,500 แห่งขึ้น ขณะที่การเคลื่อนย้ายประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัยได้เริ่มต้นขึ้น

เจ้าหน้าที่ในเมืองค็อกซ์บาซาร์เปิดเผยว่า ได้มีการอพยพประชานราว 1,000 คน ออกจากพื้นที่หนึ่งและมีแผนจะอพยพอีก 8,000 คน ออกจากพื้นที่ใกล้หาดหากสถานการณ์เลวร้ายลง

Advertisement

อย่างไรก็ดี ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาเกือบล้านคนยังคงตกอยู่ในความเสี่ยง โดยอาศัยอยู่ในที่พักที่สร้างจากไม้ไผ่อันบอบบางที่มีผ้าใบกันน้ำคลุม ด้านองค์การสหประชาชาติกล่าวว่ากำลังทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องพื้นที่เหล่านี้ ขณะที่รัฐบาลบังกลาเทศยังห้ามผู้อพยพออกนอกค่ายพักพิง ทำให้พวกเขาต่างกลัวและไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากที่พักพิงของพวกเขาถูกพายุไซโคลนถล่ม

ขณะที่เมืองสิตตะเว เมืองเอกรัฐยะไข่ ในประเทศเมียนมา ที่ได้รับอิทธิพลจากไซโคลนลูกนี้ด้วย ฝนเริ่มตกลงมาในคืนวันศุกร์(12 พ.ค.) ถนนหลายสายว่างเปล่า ประชาชนส่วนใหญ่หลบอยู่ในที่พักพิง โดยส่วนใหญ่ต้องการหาที่หลบที่ปลอดภัยบนพื้นที่สูง ซึ่งส่วนใหญ่ยังแทบไม่มีเสื้อชูชีพ และสินค้าที่เหลือถูกขายในราคาที่สูงขึ้น