ไม่ทน! ผู้ใช้แอพพ์ฟ้องศาล ระงับ กม.แบน ‘TikTok’ ในมอนแทนา นักวิเคราะห์จวก กม. ‘เป็นไปไม่ได้’
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมว่า ผู้ใช้ติ๊กต็อก (TikTok) ชาวอเมริกัน 5 ราย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา เพื่อยกเลิกกฎหมายแบนแอพพลิเคชั่นแชร์วิดีโอสั้นยอดนิยมสัญชาติจีนดังกล่าวในรัฐมอนแทนา โดยกล่าวอ้างว่ากฎหมายนี้ผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของตน
การยื่นฟ้องร้องครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ เกร็ก เกียนฟอร์เต ผู้ว่าการรัฐมอนแทนา ลงนามรับรองกฎหมายห้ามใช้แอพพ์ติ๊กต็อกในโทรศัพท์มือถือส่วนตัวเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ซึ่งเกียนฟอร์เตได้แสดงความสนับสนุนผ่านทวีตว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของชาวมอนแทนาจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน
ด้านคำร้องของฝ่ายโจทก์ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วยอดีตนาวิกโยธินสหรัฐ คุณแม่ที่อาศัยอยู่กับครอบครัวในฟาร์มปศุสัตว์ นักธุรกิจหญิงเจ้าของกิจการชุดว่ายน้ำ และนักเรียนที่โพสต์วิดีโอเกี่ยวกับกิจกรรมการผจญภัยของตัวเองบนติ๊กต็อก ที่ทั้งหมดล้วนเป็นผู้ใช้ติ๊กต็อกที่มียอดผู้ติดตามจำนวนมากและสามารถทำรายได้จากแอพพ์โต้แย้งว่า รัฐกำลังพยายามใช้อำนาจความมั่นคงแห่งชาติที่มีเพียงรัฐบาลกลางเท่านั้นที่สามารถควบคุมได้ และกำลังละเมิดสิทธิในการแสดงออกอย่างเสรีผ่านกระบวนการนี้ โดยเรียกร้องให้ศาลสั่งห้ามรัฐมอนแทนาบังคับใช้กฎหมายแบนติ๊กต็อกและชำระค่าใช้จ่ายทางกฎหมายให้แก่ฝ่ายโจทก์
ทั้งนี้ มอนแทนาได้กลายเป็นรัฐแรกของสหรัฐที่ประกาศห้ามใช้ติ๊กต็อกในอุปกรณ์สื่อสารส่วนตัว โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปีหน้า อย่างไรก็ดี มีนักวิเคราะห์จำนวนมากที่ตั้งข้อสงสัยว่ากฎหมายนี้มีความเป็นไปได้ทางเทคนิคหรือไม่
ทาราห์ วีลเลอร์ ประธานบริษัทเรด ควีน ไดนามิกส์ (Red Queen Dynamics) ผู้ให้บริการด้านความมั่นคงทางไซเบอร์และนักวิจัยอาวุโสด้านนโยบายไซเบอร์จากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (the Council on Foreign Relations) กล่าวว่า ในการระงับการใช้ติ๊กต็อกในรัฐมอนแทนาจำเป็นที่จะต้องมีการติดตั้งไฟร์วอลล์ (Firewall) หรือระบบตรวจสอบการไหลเข้า-ออกของข้อมูลขนาดมหึมา เพื่อป้องกันเนื้อหาที่ไม่พึงประสงค์อย่างครอบคลุม พร้อมย้ำว่า การคงไว้ซึ่งกฎหมายห้ามใช้ติ๊กต็อกของรัฐในขณะที่ยังคงรักษาความเป็นอิสระจากการโดนสอดแนมนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
โดยกฎหมายที่ตกเป็นที่วิจารณ์ของรัฐมอนทานานี้จะทำหน้าที่เป็นดั่งบททดสอบทางกฎหมายให้กับแพลตฟอร์มแชร์วิดีโอสั้นยอดนิยมนี้ ในกรณีที่เกิดการแบนติ๊กต็อกในระดับชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐเรียกร้องมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากข้อกล่าวหาที่ว่าแอพพ์นี้ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของรัฐบาลจีนและเป็นเครื่องมือในการสอดแนมข้อมูลของปักกิ่ง
กฎหมายดังกล่าวยังอาจก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เมื่อเหล่าผู้ใช้ติ๊กต็อกวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะลักลอบเข้าถึงแอพพ์ผ่านเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) ที่อนุญาตให้ผู้คนปิดบังตำแหน่งของอุปกรณ์สื่อสารของตัวเองได้
เจสัน เคลลี รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมของมูลนิธิฟรอนเทียร์ อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Frontier Foundation) กลุ่มสิทธิทางอินเตอร์เน็ต กล่าวว่า ประเด็นเรื่องอันตรายต่อข้อมูลส่วนตัวของชาวมอนแทนานั้นยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน และว่า สิ่งที่ทำให้ข้อมูลของผู้ใช้ตกอยู่ในความเสี่ยงคือการที่สหรัฐขาดแคลนกฎหมายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลระดับชาติ ที่ทำให้นายหน้าสามารถรวบรวมและข้อมูลของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตได้อย่างอิสระ
“ถ้าจีนต้องการข้อมูล พวกเขาก็แค่ซื้อมันมา” เคลลี่กล่าว และว่า “ไม่มีโอกาสที่กฎหมายนี้จะใช้งานได้จริง แม้ว่าติ๊กต็อกจะนำไปปฏิบัติให้เป็นผลในขอบเขตที่เป็นไปได้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘มอนทานา’ รัฐแรกมะกัน แบนโหลด ‘TikTok’ ลงมือถือส่วนตัว

