หน้าแรก ต่างประเทศ รบ.ทหารเมียนม...

รบ.ทหารเมียนมาเผย ยอดดับฤทธิ์พายุโมคาถล่ม แตะ 145 ราย จ่อเอาเรื่องสื่อ ปั่นยอดดับพุ่ง 400

19.05.23 | 16:20 น.
หญิงชาวโรฮีนจาอุ้มลูกน้อยยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของค่ายผู้ลี้ภัยบาซารา ในเมืองซิตตเว รัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ผลจากฤทธิ์ไซโคลนโมคา (เอเอฟพี)

รบ.ทหารเมียนมาเผย ยอดดับฤทธิ์พายุโมคาถล่ม แตะ 145 ราย จ่อเอาเรื่องสื่อ ปั่นยอดดับพุ่ง 400

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รัฐบาลทหารเมียนมาแถลงยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุไซโคลนโมคา พายุลูกรุนแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ที่มีกำลังลมแรงถึง 195 กม./ชม. ที่พัดถล่มประเทศเมียนมาตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 145 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐยะไข่ แต่ไม่ใช่ 400 ราย อย่างที่มีสื่อรายงานกล่าวอ้างก่อนหน้านี้แต่อย่างใด

เอเอฟพี

ในแถลงการณ์ของรัฐบาลทหารเมียนมาระบุว่า มีประชาชนในพื้นที่ที่เสียชีวิตในระหว่างที่พายุไซโคลนลูกนี้พัดถล่ม 145 ราย เป็นทหาร 4 นาย ประชาชนในพื้นที่ 24 ราย และ ชาวเบงกาลี 117 ราย ทั้งนี้ เบงกาลี เป็นคำเรียกเชิงดูหมิ่นที่รัฐบาลทหารเมียนมาใช้เรียก ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในประเทศเมียนมาที่ทางการไม่ยอมรับและปฏิเสธการให้สัญชาติ

ก่อนหน้านี้ผู้นำหมู่บ้านชาวโรฮีนจาแห่งหนึ่งบอกกับเอเอฟพีในหมู่บ้านตนเพียงแห่งเดียว มีผู้สูญหายไปหลังพายุพัดถล่มมากกว่า 100 คน และผู้นำหมู่บ้านอีกแห่งใกล้กับเมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นชาวโรฮีนจานั้น กล่าวว่า ชาวโรฮีนจากอย่างน้อย 105 คนที่เสียชีวิตในเมืองนี้ และยังคงนับจำนวนผู้สูญหายอยู่

รอยเตอร์

รัฐบาลทหารเมียนมาระบุอีกว่า รายงานของสื่อหลายสำนักที่อ้างว่ามีชาวโรฮีนจาเสียชีวิตในเหตุวาตภัยครั้งนี้ถึง 400 รายนั้น “ไม่เป็นความจริง” พร้อมระบุว่าจะดำเนินการกับสื่อเหล่านั้น

Advertisement

ขณะที่โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมา สื่อทางการรายงานว่า สนามบินซิตตเว ในเมืองซิตตเว ได้เริ่มเปิดทำการตามปกติแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี(18 พ.ค.)ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า องค์กรบรรเทาทุกข์นานาชาติ รวมถึงโครงการอาหารโลก(ดับเบิลยูเอฟพี) แห่งองค์การสหประชาชาติ กำลังทำงานอยู่ในพื้นที่ประสบภัยในเมืองซิตตเวในสัปดาห์นี้ ขณะที่โฆษกรัฐบาลทหารปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าองค์กรบรรเทาทุกข์ของยูเอ็นจะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงค่ายพักของผู้พลัดถิ่นนอกเมืองซิตตเว ซึ่งเป็นที่พักพิงของชาวโรฮีนจาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่

ทั้งนี้ฤทธิ์ของพายุโมคาได้ก่อฝนถล่มและสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนต้นไม้หักโค่นและระบบสื่อสารถูกตัดขาดทั่วรัฐยะไข่

ขณะที่ในบังกลาเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน ก็ได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนโมคาด้วย แต่ทางการบังกลาเทศระบุว่าไม่มีผู้ใดเสียชีวิตจากฤทธิ์พายุไซโคลนลูกนี้ที่เคลื่อนตัวผ่านเข้าใกล้ค่ายผู้ลี้ภัยหลายแห่งของบังกลาเทศ ที่ขณะนี้เป็นที่พักพิงของชาวโรฮีนจาจากเกือบ 1 ล้านคน