เคียฟยิ้ม! มะกันจ่อหนุนแผนจัดหาเครื่องบินรบ-ฝึกซ้อมนักบินให้ยูเครน
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวกับบรรดาผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือจี7 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ว่าสหรัฐจะให้การสนับสนุนการจัดหาเครื่องบินรบขั้นสูงรวมถึงเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ให้กับประเทศยูเครน และจะสนับสนุนการฝึกนักบินของยูเครนอีกด้วย ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวสหรัฐเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม
เจ้าหน้าที่ของสหรัฐเผยว่า ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า สหรัฐจะสนับสนุนความพยายามร่วมกันกับพันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐในการฝึกนักบินของยูเครนด้วยเครื่องบินขับไล่รุ่นที่ 4 รวมถึงเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพอากาศยูเครน
“ในขณะที่การฝึกซ้อมจะมีขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ประเทศแนวร่วมของเราที่เข้าร่วมในความพยายามนี้จะตัดสินใจว่าจะจัดหาเครื่องบินรบให้เมื่อใด จำนวนเท่าใด และใครจะเป็นผู้จัดหา” เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าว
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งกำลังเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองฮิโรชิมา ในวันเสาร์ (20 พ.ค.) นี้ เพื่อเข้าร่วมในการประชุมสุดยอด จี7 ด้วยในวันรุ่งขึ้น กล่าวยกย่องการตัดสินใจของสหรัฐว่าเป็น “การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์” และเขาเฝ้ารอที่จะได้หารือถึงการนำแผนดังกล่าวไปปฏิบัติจริง
ด้านอังกฤษ เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ ได้ร่วมยินดีกับการตัดสินใจดังกล่าวเช่นกัน นายริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ว่า “อังกฤษจะทำงานร่วมกับสหรัฐ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และเดนมาร์ก เพื่อให้ยูเครนมีขีดความสามารถในการต่อสู้ทางอากาศอย่างที่ยูเครนต้องการ”
นายทรีออลส์ ลุนด์ โปลเซน รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของเดนมาร์ก กล่าวว่า เดนมาร์กจะสามารถเดินหน้าต่อในการให้ความช่วยเหลือร่วมกันเพื่อฝึกให้นักบินของยูเครนสามารถขับเครื่องบินขับไล่เอฟ-16
นอกจากเรื่องการให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครนแล้ว ที่ประชุมจี7 เตรียมที่จะตกลงกันในเรื่องมาตรการร่วมกันเพื่อจัดการกับ “การบีบบังคับ” ทางเศรษฐกิจ และจำกัดความเสี่ยงที่การส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังประเทศจีนจะบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ
นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการประชุมสุดยอดผู้นำ จี7 ว่า มาตรการดังกล่าวจะให้ความสำคัญไปที่การทำให้ห่วงโซ่อุปทานของกลุ่มประเทศ จี7 มีความยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน บางภาคส่วนต้องมีการพึ่งพาประเทศจีนอย่างมาก
ซัลลิแวนกล่าวอีกว่า ข้อตกลงนี้ยังรวมถึง “ขั้นตอนเพื่อปกป้องเทคโนโลยีที่มีความละเอียดอ่อน อาทิ การควบคุมการส่งออก และมาตรการการลงทุนในต่างประเทศ” โดยยุทธศาสตร์ร่วมกันนี้จะเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะปกป้องชาติมหาอำนาจตะวันตก ในขณะที่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงกับจีนเช่นกัน
“ผู้นำ จี7 จะกำหนดมาตรการร่วมกันเพื่อพูดถึงข้อกังวลที่แต่ละประเทศของเราได้เผชิญ รวมถึงการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ” ซัลลิแวนกล่าว

