หน้าแรก ต่างประเทศ ‘เจนนิเฟอร์ ล...

‘เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์’ หันผลิตสารคดีลับ เปิดโปงชีวิตรันทดสตรีอัฟกันภายใต้ ‘ทาลิบัน’

21.05.23 | 15:34 น.
FILE PHOTO (REUTERS)

‘เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์’ หันผลิตสารคดีลับ เปิดโปงชีวิตรันทดสตรีอัฟกันภายใต้ ‘ทาลิบัน’

เจนนิเฟอร์ ลอว์เลนซ์ ในบทบาทใหม่อย่างผู้ผลิตสารคดีลับ หวังเปิดโปงชีวิตรันทดของสตรีอัฟกันภายใต้การกดขี่ของกลุ่มทาลิบัน

“แกก็ดีแต่กดขี่ผู้หญิง” หญิงสาวชาวอัฟกันคนหนึ่งตะโกนใส่นักรบกลุ่มทาลิบัน

“บอกให้หุบปาก! หรือจะให้ฆ่าทิ้งเสียตรงนี้!” นักรบคนดังกล่าวตะคอกใส่หญิงสาว

“เอาเลย ฆ่าฉันเลย!” เธอตะเบ็งเสียงตอบกลับและว่า “แกปิดทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ฆ่ากันให้ตายจะยังดีกว่า”

Advertisement

กล้องของโทรศัพท์มือถือได้แอบจับภาพการประจันหน้าระหว่างหญิงสาวชาวอัฟกันและนักรบกลุ่มทาลิบันภายในรถ ที่ถึงแม้จะมีความสั่นไหวแต่ก็บันทึกภาพเหตุการณ์หลังจากที่เธอเพิ่งถูกจับกุมตัวภายหลังจากประท้วงและกำลังถูกนำตัวไปยังห้องขังในกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถานได้

นั่นคือฉากหนึ่งจากสารคดีที่มีชื่อว่า “Bread and Roses” ที่ติดตามชีวิตในแต่ละวันของผู้หญิงชาวอัฟกัน 3 คน ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่กลุ่มทาลิบันกลับมาปกครองอัฟกานิสถานอีกครั้งและเปิดโปงความโหดร้ายที่สตรีในประเทศนี้ต้องอดทนต่อสู้

โดยผู้ผลิตของสารคดีเรื่องที่ว่านี้คือ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ นางเอกฮอลลีวู้ดผู้เคยคว้ารางวัลออสการ์

“หัวใจของฉันเต้นระรัวขณะที่เห็นผู้หญิงเหล่านี้ต่อต้านกลุ่มทาลิบัน” ลอว์เรนซ์กล่าว และว่า “ทุกวันนี้คุณไม่ค่อยเห็นการรายงานข่าวในด้านนี้ ด้านที่ผู้หญิงต่อสู้กลับ และนี่คือส่วนที่สำคัญอันหนึ่งของภาพยนตร์ของพวกเรา เรื่องราวของผู้หญิงเหล่านี้”

ลอว์เรนซ์กล่าวว่า มันเป็นเรื่องน่าสลดใจเมื่อคิดถึงการสูญเสียความสามารถในการควบคุมชีวิตอย่างกะทันหันที่ผู้หญิงอัฟกันต้องกล้ำกลืนฝืนทน

“ขณะนี้พวกเธอไม่มีอิสรภาพในประเทศของตน มันสำคัญมากสำหรับพวกเธอที่จะได้รับโอกาสในการบันทึกเรื่องราวของตัวเองในแบบของพวกเธอเอง” ลอว์เรนซ์กล่าว

ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ผลิตโดย Excellent Cadaver ซึ่งเป็นบริษัทโปรดักชั่นที่ลอว์เรนซ์ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 ร่วมกับ จัสตีน เซียรอชชี เพื่อนของเธอ

“สารคดีเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความรู้สึกสะเทือนใจและความจำเป็น” ลอว์เรนซ์กล่าว โดยเธออธิบายถึงความรู้สึกหมดหนทางและสิ้นหวังกับสิ่งที่เห็นในข่าว

สอดคล้องกับที่เซียรอชชีกล่าวว่า ลอว์เรนซ์ รู้สึกสะเทือนใจต่อการล่มสลายของกรุงคาบูลในปี 2021 เพราะสถานการณ์นั้นมันเลวร้ายสำหรับผู้หญิงมาก และเธอก็กล่าวด้วยว่า “พวกเราต้องให้พื้นที่กับใครบางคนในการเล่าเรื่องนี้อย่างมีความหมาย”

คนคนนั้นคือ ซาห์รา มานี ผู้สร้างสารคดีที่ร่วมก่อตั้ง Afghan Doc House บริษัทโปรดักชั่นอิสระในกรุงคาบูล โดยลอว์เรนซ์และเซียรอชชีเคยชม “A Thousand Girls Like Me” ผลงานสารคดีของมานีที่ได้รับการชื่นชมอย่างท่วมท้น ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับหญิงชาวอัฟกันวัย 23 ปีที่ออกรายการทีวีระดับชาติเพื่อเปิดโปงการที่เธอถูกพ่อของตนล่วงละเมิดทางเพศเพราะถูกครอบครัวและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิกเฉย

เซียรอชชีได้ตามหาตัวมนีจนเจอ โดยเธอกล่าวว่าได้เริ่มโครงการติดตามชีวิตของผู้หญิงสามคนในอัฟกานิสถานเนื่องจากพวกเธอพยายามสร้างอิสรภาพบางอย่างในช่วงหลายเดือนหลังการยึดครองของทาลิบัน เนื่องจากเด็กผู้หญิงและสตรีถูกกันจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

โดยถ่ายทำสารคดีดังกล่าวด้วยการซ่อนกล้อง และยังได้ขอให้ผู้หญิงทั้งสามบันทึกภาพของตนและครอบครัวในที่หลบซ่อนตัว

ภาพอีกฉากหนึ่งปรากฏการประชุมลับในห้องใต้ดินที่ไม่มีหน้าต่าง ข้างถนนในกรุงคาบูล โดยผู้หญิงมากกว่าสิบคนนั่งเรียงกันเป็นแถว ซึ่งพวกเธอไม่รู้จักกัน แต่ทั้งหมดมาจากกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาประท้วงหลังจากกลุ่มทาลิบันยึดอัฟกานิสถานในเดือนสิงหาคม 2021

วาฮิเดห์หนึ่งในผู้หญิงในห้องดังกล่าว พูดอย่างฮึกเหิมว่า “ผู้หญิงต้องเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ของตัวเอง” และว่า “ผู้หญิงไม่ได้รับการยกย่องอย่างเหมาะสมทั่วโลก”

แน่นอนว่า มานีตระหนักเป็นอย่างดีว่าการถ่ายทำสารคดีที่เปิดโปงชีวิตรันทดของสตรีชาวอัฟกันอย่างลับๆ ในสถานการณ์ที่อันตรายและซ่อนเร้นนี้มีความท้าทาย

“ฉันเข้าใจวิธีจัดการกับความยากลำบากเพราะฉันเป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น” มานีกล่าว และว่า “พวกเธอไม่ใช่ พวกเธอคือฮีโร่”

อย่างไรก็ดี การสร้างสมดุลระหว่างการรักษาให้ปลอดภัยและการบอกเล่าเรื่องราวของพวกเธอนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มานีกล่าวว่า เธอ เซียรอชชี และลอว์เรนซ์พูดคุยกันจนดึกดื่นหลายต่อหลายครั้งในระหว่างกระบวนการผลิต

ปัจจุบัน ขณะที่มานีและผู้หญิงคนอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมในสารคดีดังกล่าวทั้งหมดอยู่นอกประเทศอัฟกานิสถาน เหล่าผู้ผลิตก็มีความพร้อมที่จะถ่ายทอดสารคดี Bread and Roses ให้แก่ผู้ชมในวงกว้าง เริ่มที่งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์

เซียรอชชีและลอว์เรนซ์กล่าวว่า ความท้าทายต่อไปคือการเผยแพร่สารคดีเรื่องนี้สู่ผู้ชมอย่างแพร่หลาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อเกี่ยวข้องกับเรื่องราวขัดแย้งและบ่อนทำลายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

ขณะที่พวกเธอทั้ง 2 ในฐานะผู้ผลิตเพศหญิงยังถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อยในวงการบันเทิงฮอลลีวู้ด โดยการศึกษาในปี 2022 จากศูนย์การศึกษาสตรีในวงการโทรทัศน์และภาพยนตร์พบว่า มีเพียง 24% ของผู้หญิงในอุตสาหกรรมดังกล่าวซึ่งประกอบไปด้วยผู้กำกับ นักเขียน และผู้อำนวยการสร้างที่สามารถทำรายได้สูงสุดได้ โดยตัวเลขนี้ลดลงจากปีก่อนหน้าอย่างปี 2021

“ฉันคิดว่าหนทางยังอีกยาวไกล แต่ฉันรู้สึกมีแรงบันดาลใจและได้รับพลังบวกจากผลงานที่ได้ เมื่อคุณสร้างความหลากหลายในวงการสร้างภาพยนตร์ให้มากขึ้น” ลอว์เรนซ์กล่าว พร้อมย้ำว่า มันเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการ