จี 7 ผสานมือปิดล้อมจีน อ้างยืนหยัดสู้การขู่เข็ญทางเศรษฐกิจ
การประชุมผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือจี 7 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นการรวมพลังเพื่อแสดงจุดยืนในการสนับสนุนยูเครนเพื่อต่อสู้กับรัสเซียแล้ว ผู้นำจี 7 ยังเรียกร้องให้มีการลดการพึ่งพาประเทศใดเพียงประเทศเดียวอีกด้วย
ในถ้อยแถลงของผู้นำจี 7 ซึ่งแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ระบุชื่อประเทศจีนเป็นการเฉพาะ แต่ก็ไม่ยากที่จะตีความว่าจี 7 กำลังพุ่งเป้าไปที่ใด โดยพวกเขาเน้นย้ำไปยังสิ่งที่บอกว่าเป็น “การขู่เข็ญและบีบบังคับทางเศรษฐกิจ” ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าอาจถูกจับเป็นตัวประกัน
ถือเป็นการสร้างความสมดุลที่ไม่ง่ายนักสำหรับจี 7 ที่การค้าและเศรษฐกิจของประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกเหล่านี้ต้องพึ่งพาจีนอย่างแยกไม่ออก แต่การแข่งขันระหว่างกันก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น ถึงขนาดที่นายริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวระหว่างเข้าร่วมประชุมว่า จีนเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเราทั้งในด้านความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของโลก และจีนมีพฤติกรรมที่เป็นเผด็จการมากขึ้นทั้งในและนอกประเทศ
จี 7 ได้ร่วมกันปรามสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตกของการนำความเปราะบางของเศรษฐกิจมาใช้เป็นอาวุธทำร้ายกัน โดยมีการใช้การขู่เข็ญนี้เพื่อพยายามที่จะบ่อนทำลายนโยบายต่างประเทศและในประเทศ รวมถึงจุดยืนของชาติสมาชิกจี 7 รวมถึงพันธมิตรทั่วโลก
ผู้นำจี 7 ได้เรียกร้องให้มีการ “ปลดชนวนความเสี่ยง” (de-risking) ซึ่งเป็นนโยบายของนางอัวร์ซูลา ฟอน เดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่เข้าร่วมประชุมผู้นำจี 7 เสนอ และได้รับการสนับสนุนจากที่ประชุม ที่ถือเป็นการปรับนโยบายให้อ่อนลงจากแนวคิดในการ “แยกตัว” (decoupling) ออกจากเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นแนวคิดของสหรัฐ
ภายใต้นโยบายดังกล่าว จี 7 จะดำเนินมาตรการทางการทูตที่เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงมีการกระจายแหล่งการค้า ควบคู่กับการปกป้องการค้าและเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว “แพลตฟอร์มการประสานงาน” เพื่อต่อต้านการขู่เข็ญบีบบังคับ และทำงานร่วมกับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ แม้จะยังเต็มไปด้วยความคลุมเครือว่าการทำงานในเรื่องดังกล่าวจะเป็นอย่างไร
จี 7 ยังวางแผนที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานสำหรับสินค้าสำคัญ อาทิ แร่ธาตุและเซมิคอนดักเตอร์ และเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อป้องกันการแฮกและการขโมยเทคโนโลยี
ไม้เด็ดที่สุดที่จี 7 วางแผนจะใช้คือการควบคุมการส่งออกแบบพหุภาคี โดยจะเป็นการทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมการส่งออกแบบพหุภาคี เพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีของพวกเขา โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ใช้ทางการทหารและข่าวกรอง จะไม่ตกไปอยู่ในมือของผู้ประสงค์ร้าย
นอกจากนี้จี 7 ยังระบุว่าพวกเขาจะทำการปราบปรามการถ่ายโอนที่ไม่เหมาะสมของเทคโนโลยีที่มีการแบ่งปันผ่านการวิจัย โดยสหรัฐและอีกหลายประเทศวิตกกังวลต่อการจารกรรมทางอุตสาหกรรม และได้มีการจำคุกผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าได้ขโมยความลับทางเทคโนโลยีไปให้จีน
ท่ามกลางมาตรการกีดกันจีนชุดใหญ่ จี 7 ก็พูดชัดเจนว่าพวกเขาไม่ต้องการตัดสัมพันธ์กับจีนเช่นกัน โดยถ้อยคำที่มีการอ้างถึงการขู่เข็ญบีบบังคับทางเศรษฐกิจก็ไม่ได้มีการระบุชื่อจีนอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ยังพยายามพูดเพื่อบรรเทาความไม่พอใจโดยอ้างว่า นโยบายของจี 7 ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำร้ายจีน และพวกเขาไม่ได้พยายามที่จะขัดขวางความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเศรษฐกิจของจีน พวกเขาไม่ได้ตั้งเป้าที่จะแยกเศรษฐกิจหรือห่วงโซ่การผลิตออกจากจีนอย่างสิ้นเชิง และไม่ได้จะหันหลังกลับเข้ามาภายในประเทศเท่านั้น
จี 7 ยังกดดันให้จีนให้ความร่วมมือกับพวกเขาอย่างซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา โดยพวกเขายังสามารถที่จะแสดงความวิตกกังวลต่อจีนได้โดยตรง เพื่อส่งสัญญาณว่าจี 7 ยังเต็มใจที่เปิดช่องทางในการสื่อสารกับจีนท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดระหว่างกัน
ด้านสื่อของทางการจีนออกมาโจมตีชาติตะวันตกที่พยายามเดินนโยบายแบบ 2 ทาง คือวิพากษ์วิจารณ์จีนพร้อมกับเพลิดเพลินกับผลที่ได้จากการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนในหลายประเทศก็ออกมากล่าวหาสหรัฐว่า ได้ดำเนินการที่เป็นการขู่เข็ญบีบบังคับต่อเศรษฐกิจจีนและเสแสร้งแกล้งทำ ทั้งยังป้ายสีและโจมตีจีน

