นายกฯ อิตาลี ประกาศทุ่ม 74,000 ล้าน ช่วยเหลือน้ำท่วมใหญ่ ยอดดับพุ่ง 15 ราย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ประกาศแผนนโยบายความช่วยเหลือมูลค่า 2 พันล้านยูโร หรือกว่า 7.43 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซึ่งได้คร่าชีวิตผู้คนไป 15 ราย ทั้งยังทำให้ประชาชนอีกหลายพันคนกลายเป็นผู้พลัดถิ่น และพื้นที่การเกษตรจมอยู่ใต้บาดาล
หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉิน เมโลนีประกาศที่จะส่งความช่วยเหลือให้กับภาคครัวเรือน ธุรกิจ ภาคปศุสัตว์ ระบบขนส่ง-คมนาคม สถานศึกษา บริการด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พร้อมเตือนว่าขอบเขตความเสียหายทั้งหมดจากเหตุน้ำท่วมนี้ยังไม่ได้รับการสรุปผลในขณะนี้
“ในสถานการณ์ปัจจุบันที่อิตาลีเผชิญด้วยตัวเอง การหาเงิน 2 พันล้านยูโรในเวลาไม่กี่วันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย” เมโลนีซึ่งได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัย กล่าวเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม โดยเงินจำนวนนี้มาจากการโยกเงินงบประมาณของแผนกต่างๆ ขณะที่ยังไม่มีข้อบ่งชี้เกี่ยวกับผลกระทบต่อระบบการเงินของอิตาลีที่มีภาระหนี้ท่วมท้นอยู่แล้ว และว่า ธุรกิจและผู้คนในพื้นที่ที่น้ำท่วมจะได้รับการระงับชำระภาษีและค่างวดจำนอง

เมโลนีกล่าวด้วยว่า “พวกเราทราบดีว่านี่เป็นเรื่องของสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะต้องมีช่วงของการบูรณะความเสียหายซึ่งพวกเรายังไม่สามารถระบุขอบเขตของความจำเป็นและความเสียหายโดยรวมได้” ขณะที่ภูมิภาคเอมีเลีย โรมานญาซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรงที่สุด คาดการณ์ว่า ความเสียหายมีมูลค่ากว่า 620 ล้านยูโร หรือประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท และส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงโครงข่ายของถนน
ล่าสุด สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมเพิ่มขึ้นเป็น 15 ราย โดยมีการพบศพของชายวัย 68 ปีในเมืองลูโก เมืองเล็กๆ ของทางตะวันออกเฉียงใต้ของภูมิภาคเอมีเลีย โรมานญา โดยพื้นที่บางแห่งยังคงอยู่ใต้บาดาลหลังจากที่ฝนซึ่งมีมวลเทียบเท่าปริมาณน้ำฝนตลอด 6 เดือนเทกระหน่ำลงมาภายในเวลา 36 ชั่วโมงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ขณะที่เจ้าหน้าที่กล่าวเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมว่า ผู้คนประมาณ 23,000 คนยังไม่สามารถกลับไปยังบ้านเรือนของตนได้ โดยประชาชน 2,700 คนอาศัยอยู่ในที่พักพิงฉุกเฉิน
หลังจากภูมิภาคเอมีเลีย โรมานญาเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการพิเศษตรวจสอบระบบระบายน้ำของประเทศ เมโลนีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการมอบหมายงานให้จัดการกับปัญหาภัยแล้งระดับชาติเมื่อสัปดาห์ก่อนจะเป็นผู้รับผิดชอบภาระหน้าที่นี้ และว่า “เป็นการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดเมื่อปัจจุบันเจ้าหน้าที่ที่จัดการเรื่องภัยแล้งต้องรับมือกับปัญหาน้ำท่วมด้วย”

