เกาหลีใต้ปล่อยโฮ! เลื่อนแผนส่งจรวด ‘นูรี’ สู่อวกาศเป็นครั้งที่ 3 เหตุพบข้อผิดพลาดทางเทคนิค
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เกาหลีใต้ได้เลื่อนแผนการปล่อยจรวดนูรี ที่ผลิตขึ้นเองในประเทศเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเดิมมีกำหนดปล่อยตัวเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม เนื่องจากตรวจพบเหตุขัดข้องทางเทคนิคก่อนที่จรวดจะพุ่งทะยานสู่นอกโลก
ความพยายามในการปล่อยจรวดนูรีครั้งที่ 3 นี้เกิดขึ้นโดยมีเป้าหมายในการส่งดาวเทียมที่ใช้งานได้จริงเข้าสู่วงโคจร หลังจากที่ปีที่ผ่านมาเกาหลีใต้ได้ส่งจรวดนูรีออกไปสู่นอกโลกเป็นครั้งที่ 2 ได้สำเร็จ แม้ว่าจะไม่สามารถนำดาวเทียมจำลองขึ้นสู่วงโคจรได้ก็ตาม
โอ แทซอก รัฐมนตรีช่วยกระทรวงวิทยาศาสตร์และไอซีทีของเกาหลีใต้ กล่าวว่า สามารถตรวจพบข้อผิดพลาดทางการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ควบคุมการปล่อยจรวดและคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่ควบคุมแท่นปล่อยจรวด ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเลื่อนการปล่อยจรวดนูรีครั้งนี้
“ขณะนี้เชื่อว่าวิถีโค้งของจรวดไม่มีปัญหา ดังนั้นจะทำการตั้งจรวดไว้ที่ฐานปล่อยจรวดต่อไป” โอกล่าวในการแถลงข่าว ขณะที่เหล่านักวิทยาศาสตร์และนักวิศวกรซอฟต์แวร์พยายามหาทางออกของปัญหา พร้อมเสริมว่า หากคณะทำงานสามารถแก้ปัญหาได้ภายในวันพฤหัสบดี (25 พ.ค.) จะมีการจัดประชุมเพื่อหารือกันว่าจะดำเนินการปล่อยจรวดครั้งที่ 3 นี้ในวันเดียวกันนั้นหรือไม่
ในการปล่อยจรวดครั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์เกาหลีใต้กล่าววว่า จะมีการติดตั้งดาวเทียมที่สามารถใช้งานได้จริง 8 ดวงไว้ที่ด้านบนของจรวด ซึ่งรวมถึงดาวเทียมที่ใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากการทดสอบครั้งก่อนหน้านี้ เนื่องจากน้ำหนักบรรทุกของจรวดในครั้งก่อนๆ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของยานปล่อยเป็นหลัก
ทั้งนี้ จรวดนูรีซึ่งเป็นจรวด 3 ขั้นที่ใช้เวลาพัฒนานานถึง 10 ปี ด้วยมูลค่า 2 ล้านล้านวอน ซึ่งมีความสูงมากกว่า 47 เมตร และมีน้ำหนัก 200 ตัน มีกำหนดเดิมที่จะทะยานออกจากศูนย์อวกาศ นาโร ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ ในเวลา 18:24 น. ตามเวลาท้องถิ่น (0924 GMT) โดยได้มีการเคลื่อนย้ายและติดตั้งจรวดนูรีที่ฐานปล่อยจรวดแล้วเมื่อวันอังคาร (23 พ.ค.)
ด้าน โก จองฮวัน ผู้อำนวยการของโครงการจรวดนูรีของสถาบันวิจัยการบินอวกาศสาธารณรัฐเกาหลี (Korea Aerospace Research Institute: KARI) กล่าวว่า การปล่อยจรวดครั้งที่ 3 มีเป้าหมายเพื่อนำดาวเทียมที่พัฒนาในประเทศที่มีระบบสังเกตการณ์เข้าสู่วงโคจรเป้าหมาย
KARI กล่าวว่า ดาวเทียมดังกล่าวที่มีชื่อว่า NEXTSat 2 ซึ่งหนัก 179.9 กิโลกรัมนี้ ถูกพัฒนาโดยสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งเกาหลี (KAIST) และจะเป็นดาวเทียมดวงแรกที่มีความสำคัญซึ่งจะขึ้นสู่วงโคจรที่ระดับความสูง 550 กิโลเมตร อีกทั้ง NEXTSat 2 ยังมีเรดาร์รูรับแสงสังเคราะห์ขนาดเล็กที่สามารถจับภาพความละเอียดสูงไม่ว่าจะในสภาพอากาศแบบใดอีกด้วย
อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของการปล่อยจรวดครั้งนี้จะขึ้นอยู่กับว่า เกาหลีใต้จะสามารถนำดาวเทียมทั้งแปดดวงขึ้นไปยังวงโคจรเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมหรือไม่

