หน้าแรก ต่างประเทศ คอลัมน์ไฮไลต์...

คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ‘บัคมุต’ เมืองแห่งไวน์-กุหลาบ กลายร่างสู่สมรภูมิรบ

25.05.23 | 06:05 น.
เมืองบัคมุต ในแคว้นโดเนตสค์ (รอยเตอร์)

คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ‘บัคมุต’ เมืองแห่งไวน์-กุหลาบ กลายร่างสู่สมรภูมิรบ

บัคมุต เมืองเล็กๆ อันเงียบสงบที่มีแม่น้ำบัคมุตกาไหลผ่าน ตั้งอยู่ในแคว้นโดเนตสค์ 1 ใน 4 แคว้นของยูเครน ที่ถูกรัสเซียผนวกเข้าเป็นดินแดนของตนเองในปีที่แล้ว แม้รัสเซียจะยังไม่สามารถควบคุมพื้นที่ดังกล่าวให้อยู่ใต้อาณัติของตนเองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็ตาม

ณ วันนี้ บัคมุต กลายเป็นสมรภูมิสู้รบดุเดือดระหว่างกองกำลังทหารรัสเซียและยูเครน ที่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียอ้างว่ากองกำลังของตนยึดเมืองบัคมุตได้แล้ว แต่ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าวในทันที

รอยเตอร์

กว่าจะมาถึงวันนี้วันที่กองทหารยูเครนที่สู้รบอยู่แนวหน้า เรียกขานสมรภูมิรบบัคมุตว่า “นรกบนดิน” หรือ “ยุทธภูมิแวร์เดิงใหม่” ซึ่งอ้างถึงยุทธการแวร์เดิง ในฝรั่งเศสอันเป็นสมรภูมิสู้รบขนาดใหญ่และยืดเยื้อที่สุดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้น บัคมุตเคยได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองแห่งไวน์และกุหลาบ ที่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 72,000 คนก่อนที่สงครามจะเปิดฉากขึ้น

ครั้งหนึ่งบัคมุตที่เคยเป็นศูนย์กลางการรถไฟที่สำคัญของยูเครน ยังเป็นเมืองที่รู้จักกันดีของการเป็นเมืองเหมืองเกลือ มีสปาร์คกลิงไวน์ขึ้นชื่อ และเป็นเมืองแห่งกุหลาบ ที่มีการตั้งชื่อถนนสายหนึ่งว่า “Rose Alley” หรือ ตรอกกุหลาบ จากการทำสถิติปลูกต้นกุหลาบเรียงรายตามถนนเส้นดังกล่าวมากถึง 5,000 ต้น

Advertisement

มาบัดนี้บัคมุตกลายร่างเป็นสมรภูมิเลือด ท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่พังพินาศย่อยยับจากสงคราม กระจายตัวให้เห็นอยู่เกลื่อนเมือง

รอยเตอร์

อาร์มัน โซลดิน ผู้สื่อข่าวของเอเอฟพี เป็นอีกนกพิราบขาว ที่ต้องสังเวยชีวิตตนเองในสมรภูมิแห่งนี้ขณะที่เขาปฏิบัติหน้าที่รายงานสถานการณ์สู้รบในบัคมุตเมื่อ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อมีจรวดยิงโจมตีเข้ามา

ถนนสายหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางเดียวในเมืองบัคมุตที่ทอดตัวสู่พื้นที่มั่นของกองกำลังทหารยูเครนจากหน่วยรบต่างๆ ซึ่งปักหลักอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง ในการต่อต้านการรุกรานของข้าศึกศัตรู ถนนสายนี้ถูกทหารยูเครนขนานนามว่าเป็น Road of Life ที่พวกเขาไม่สามารถปล่อยให้กองกำลังศัตรูเคลื่อนผ่านไปได้ เพราะหากกองกำลังรัสเซียหรือกลุ่มวากเนอร์ กลุ่มทหารรับจ้างของรัสเซีย สามารถยึดบัคมุตไปได้แล้ว จะเป็นการเปิดทางสู่การเคลื่อนกำลังพลของรัสเซียบุกทะลุทะลวงเข้าไปถึงเมืองสโลเวียนสค์และครามาทอร์สค์และขยายไปถึงพื้นที่อื่่นๆ ของยูเครนได้

จากการประเมินของเจ้าหน้าที่ถึงเดือนมีนาคมระบุว่า ยังมีประชาชนที่ยังคงอาศัยอยู่ในบัคมุตราว 3,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้เฒ่าชรา ที่ไม่ขออพยพหนีไปไหน แม้พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องใต้ดินโดยไม่มีน้ำหรือไฟฟ้าใช้ก็ตาม!