ไม่ให้เสียชื่อ ปท.ปลอดทุจริต นายกฯสิงคโปร์ สั่งสอบ 2 รมต. โดนครหาเช่าบ้านพักตากอากาศราคาสูงลิ่ว
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ สั่งให้มีการสอบสวนกรณีการเช่าบ้านพักตากอากาศของรัฐในพื้นที่พิเศษของ 2 รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลที่ถูกพรรคฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามแสดงความกังขาว่าอาจมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมเกิดขึ้น
ประเด็นดังกล่าวได้ทำให้มีการแสดงความเห็นในประเทศร่ำรวยแห่งนี้ที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองมานานจากการมีรัฐบาลที่ปลอดจากการคอร์รัปชั่นด้วยการกำหนดเงินเดือนรายปีของคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่สูงกว่า 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (กว่า 25.6 ล้านบาท) ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการทุจริตรับสินบน
นายลีกล่าวว่า การตรวจสอบรัฐมนตรีอาวุโสในรัฐบาล 2 คน ที่จะมีการประกาศผลสอบต่อสาธารณชนก่อนที่สภานิติบัญญัติจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาในเดือนกรกฎาคมนั้น จะพิสูจน์ได้ว่ามีการปฏิบัติตามกระบวนการที่เหมาะสมในการเช่าบ้านพักตากอากาศยุคอาณานิคมที่มีประเด็นอยู่หรือไม่ และมีการกระทำผิดเกิดขึ้นหรือไม่
“สิ่งนี้ต้องทำเพื่อให้แน่ใจว่ารัฐบาลนี้รักษามาตรฐานสูงสุดของความซื่อสัตย์” นายลีระบุ
คำสั่งสอบมีขึ้นหลังจากนายเคนเน็ธ เจยาเรตนัม นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้ตั้งกระทู้ถามว่า นายเค. ชันมูกัม รัฐมนตรีกระทรวงกฎหมายและมหาดไทย และนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสิงคโปร์ สามารถจ่ายเงินในราคาตลาดสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาสูงลิ่วเช่นนั้นได้อย่างไร
มีท่าทีจากนายชันมูกัมที่กล่าวว่า ข้อกล่าวหาเรื่องความไม่ถูกต้องนั้น “รุนแรง” และเขาไม่มีอะไรต้องปิดบัง ขณะที่นายบาลากริชนันกล่าวว่า เขายินดีมากๆ ที่จะมีการตรวจสอบ
เรื่องนี้เป็นประเด็นขึ้นเมื่อ ส.ส.พรรครัฐบาลและหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านของสิงคโปร์ได้ยื่นกระทู้ถามต่อรัฐสภา ว่ารัฐมนตรีดังกล่าวได้ใช้ข้อมูลที่ได้เปรียบเพื่อให้ได้สิทธิในการเช่ามาหรือไม่
ด้านสำนักงานที่ดินสิงคโปร์ออกมาระบุว่า รัฐมนตรีทั้งสองคนได้เช่าบ้านพักตากอากาศดังกล่าวที่ว่างร้างมาเป็นเวลาหลายปีและได้ยื่นเสนอราคาที่สูงกว่าราคาเช่าที่แนะนำ แต่ไม่มีการเปิดเผยราคาเช่าที่รัฐมนตรีทั้งสองเสนอ
ในสื่อสังคมออนไลน์มีการโพสต์ล้อเลียนรัฐมนตรีที่ตกเป็นประเด็นและมีการตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลถึงต้องใช้เวลานานจนถึงเดือนกรกฎาคมเพื่อที่จะให้คำอธิบายในประเด็นนี้
การแสดงความไม่พอใจยังมีขึ้นในขณะที่ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่ต้องต่อสู้กับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อพุ่งและราคาบ้านและรถยนต์ที่ถีบตัวสูงขึ้น

