‘ไบเดน’ ยังมองบวก เจรจาเพิ่มเพดานหนี้ ‘เยลเลน’ เตือน มะกันเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ 5 มิ.ย.

27.05.23 | 12:42 น.
ภาพเอเอฟพี

‘ไบเดน’ ยังมองบวก เจรจาเพิ่มเพดานหนี้ ‘เยลเลน’ เตือน มะกันเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ 5 มิ.ย.

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การเจรจาเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้วนั้น ยังคงเป็นประเด็นที่จับตาของทั่วโลก เพราะหากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตยังไม่สามารถทำความตกลงกันได้ทันกาล ก็จะส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจและระบบการเงินโลกได้

โดยรายงานข่าวระบุว่าการเจรจาดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐจากพรรคเดโมแครต และผู้เจรจาของฝ่ายรีพับลิกัน กล่าวในวันที่ 26 พฤษภาคมว่า พวกเขากำลังทำงานในข้อตกลงเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ที่จำกัดอยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอยู่ หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐออกมาเตือนว่าจะเกิดการผิดชำระหนี้ได้ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ หากปราศจากการดำเนินการใดๆ

โดยนายไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งต่างๆ ดูมีความหวัง ซึ่งตนมองในแง่ดี ขณะที่นายแพทริก แมคเฮนรี หนึ่งในแกนนำคณะผู้เจรจาของนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า เขาเห็นด้วยกับความเห็นของนายไบเดน แต่ก็เตือนว่าการเจรจายังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งต้องทำแน่ใจว่าจะมีแนวทางในการจัดการเรื่องภาษีและความท้าทายสำคัญที่รออยู่ข้างหน้า

ท่าทีของทั้งสองฝ่ายมีขึ้นไม่นานหลังจากนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐ ออกมาเตือนว่า รัฐบาลสหรัฐจะขาดแคลนเงินเพื่อชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่มีผูกพันอยู่ ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นเส้นตายที่ขยับออกไปหลังจากที่ก่อนหน้านี้นางเยลเลนกล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐจะเผชิญการผิดชำระหนี้อย่างเร็วที่สุดคือวันที่ 1 มิถุนายนนี้ นั่นหมายความว่า พรรครีพับกันและพรรคเดโมแครตมีเวลาในการเจรจาต่อรองเพิ่มขึ้นก่อนถึงเส้นตายผิดนัดชำระหนี้

Advertisement

ทั้งนี้คณะเจรจาทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาในข้อตกลงที่จะปรับเพิ่มเพดานหนี้เป็นเวลา 2 ปี ในขณะที่จะจำกัดการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการส่วนใหญ่ของรัฐบาล โดยจะมีการเพิ่มงบตามดุลยพินิจสำหรับการใช้จ่ายด้านการทหารและทหารผ่านศึก ขณะเดียวกันจะคงระดับการใช้จ่ายงบที่ไม่ใช่ด้านการป้องกันที่จำเป็นไว้ที่ระดับปัจจุบัน อย่างไรก็ดี การเจรจายังคงมีความเห็นขัดแย้งกันว่าจะเข้มงวดกับข้อกำหนดในการทำงานสำหรับโครงการต่อต้านความยากจนบางโครงการหรือไม่

ขณะที่ข้อตกลงใดๆ ที่เกิดขึ้นจะต้องผ่านการอนุมัติเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่ และสภาซีเนต(วุฒิสภา)ที่พรรคเดโมแครตของเสียงข้างมาก ก่อนที่ประธานาธิบดีไบเดนจะลงนามผ่านเป็นกฎหมาย ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอาจใช้เวลามากกว่าหนึ่งสัปดาห์