หน้าแรก ต่างประเทศ กลุ่มกบฏปาปัว...

กลุ่มกบฏปาปัว ขู่ยิงทิ้งนักบินกีวี หากไม่ยอมเปิดเจรจา แบ่งแยกดินแดน เป็นเอกราชจากอินโดฯ ใน 2 เดือน

27.05.23 | 17:50 น.
ภาพจากคลิปวิดีโอ เผยให้เห็น ฟิลิป เมียร์เทนส์ นักบินชาวนิวซีแลนด์ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ถือธงมอร์นิงสตาร์ ของกลุ่มกบฎปาปัว ที่รายล้อมด้วยนักรบของกลุ่มกบฎปาปัว ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม (รอยเตอร์)

กลุ่มกบฏปาปัว ขู่ยิงทิ้งนักบินกีวี หากไม่ยอมเปิดเจรจา แบ่งแยกดินแดน เป็นเอกราชจากอินโดฯ ใน 2 เดือน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดปาปัวของอินโดนีเซีย ขู่จะยิงทิ้งนักบินชาวนิวซีแลนด์ที่ถูกจับเป็นตัวประกันมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ หากประเทศต่างๆ ไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของกลุ่มตนในการเปิดการเจรจาแบ่งแยกดินแดนปาปัวเป็นอิสระภายใน 2 เดือนนี้

ในคลิปวิดีโอใหม่ของกลุ่มกบฏในที่ราบสูงทางตอนกลางของจังหวัดปาปัว ที่ต้องการปลดปล่อยดินแดนปาปัวเป็นเอกราชจากอินโดนีเซีย เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (26 พ.ค.) แสดงให้เห็น ฟิลิป เมียร์เทนส์ นักบินชาวนิวซีแลนด์ที่ถูกจับเป็นตัวประกันหลังนำเครื่องบินพาณิชย์ลงจอดบนพื้นที่ภูเขา ซึ่งขณะนี้ร่างกายดูผอมแห้ง ถือธงมอร์นิง สตาร์ อันเป็นธงสัญลักษณ์แห่งเอกราชของปาปัวตะวันตก โดยมีกลุ่มนักรบปาปัวรายล้อมพร้อมกวัดแกว่งสิ่งที่นักวิเคราะห์ระบุว่าน่าจะเป็นปืนไรเฟิลจู่โจมที่ผลิตในอินโดนีเซีย

เมียร์เทนส์กล่าวต่อหน้ากล้องว่า กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนต้องการให้ประเทศอื่นที่ไม่ใช่อินโดนีเซีย เข้าร่วมในการเจรจาเรื่องเอกราชของปาปัว

“หากการเจรจาดังกล่าวไม่เกิดขึ้นภายใน 2 เดือน พวกเขาจะยิงผมทิ้ง” เมียร์เทนส์กล่าวในคลิปวิดีโอที่แชร์โดยเช็บบี้ ซัมบอม โฆษกของกลุ่มกบฏปาปัว และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยเดกา อันวาร์ นักวิเคราะห์ของสถาบันเพื่อการวิเคราะห์นโยบายแห่งความขัดแย้ง (IPAC) ในกรุงจาการ์ตา

Advertisement

โฆษกของกระทรวงต่างประเทศนิวซีแลนด์ระบุในอีเมล์ที่ส่งถึงสำนักข่าวรอยเตอร์ในวันเสาร์ (27 พ.ค.) ว่า ได้รับทราบถึงภาพถ่ายและวิดีโอที่เผยแพร่ดังกล่าว และว่า เราจะทำทุกอย่างเพื่อหาทางแก้ปัญหาโดยสันติวิธีและนายเมียร์เทนส์ได้รับการปล่อยตัวอย่างปลอดภัย

ขณะที่โฆษกของกองทัพอินโดนีเซียกล่าวว่า กองทัพจะยังคงดำเนินมาตรการต่างๆ ต่อไปตามขั้นตอนการปฏิบัติตามมาตรฐาน

ก่อนหน้านี้ทางการอินโดนีเซียระบุว่า ให้ความสำคัญกับการเจรจาอย่างสันติเพื่อให้มีการปล่อยตัวประกันโดยปลอดภัย แต่ก็ต้องดิ้นรนในการเข้าถึงภูมิประเทศที่อยู่ห่างไกลและทุรกันดารบนที่สูง ขณะที่การต่อสู้เพื่อเอกราชของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดปาปัวที่อุดมไปด้วยทรัพยากรนั้น ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปาปัวตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอินโดนีเซียในการโหวตที่กำกับดูแลโดยองค์การสหประชาชาติในปี 1969