หน้าแรก ต่างประเทศ BRICS ย้ำเป้า...

BRICS ย้ำเป้าหมาย แข่งมหาอำนาจ ต.ต. เล็งใช้สกุลเงินทางเลือก หลายชาติขอเข้าเป็นสมาชิก

2.06.23 | 10:48 น.
REUTERS

BRICS ย้ำเป้าหมาย แข่งมหาอำนาจ ต.ต. เล็งใช้สกุลเงินทางเลือก หลายชาติขอเข้าเป็นสมาชิก

รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) ซึ่งเป็นชื่อเรียกของกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยมีสมาชิก 5 ชาติ คือบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ได้หารือกันที่เมืองเคปทาวน์ ของแอฟริกาใต้ โดยได้ย้ำความทะเยอทะยานที่จะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งกับชาติมหาอำนาจตะวันตก และมุ่งความสนใจไปที่การสร้างโลกที่มีหลายขั้วอำนาจ

ในช่วงที่ผ่านมาบริกส์ถูกมองว่าเป็นเพียงการรวมตัวกันอย่างหลวมๆ ของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีความแตกต่างกัน แต่ความร่วมมือของกลุ่มก็ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เริ่มจากแรงหนุนของจีนในช่วงแรก ตามด้วยสงครามยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ทำให้เกิดแรงผลักดันเพิ่มขึ้นจากรัสเซีย

บริกส์ได้เปิดตัวธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ในปี 2558 แต่ก็ได้มีการยุติการให้ทุนแก่โครงการต่างๆ ในรัสเซีย เพื่อให้สอดคล้องไปกับมาตรการคว่ำบาตรที่กำหนดโดยประเทศตะวันตกหลังการรุกรานยูเครน

นาเลดี แพนเดอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศแอฟริกาใต้ กล่าวว่า ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ได้บรรยายสรุปให้รัฐมนตรีที่เข้าร่วมประชุมรับทราบถึงการใช้สกุลเงินทางเลือกที่เป็นไปได้ กับสกุลเงินที่ซื้อใช้ขายระหว่างประเทศในปัจจุบัน

Advertisement

แพนเดอร์กล่าวว่า เป้าหมายของการหารือในเรื่องดังกล่าวคือเพื่อให้แน่ใจว่า เราจะไม่ตกเป็นเหยื่อของการคว่ำบาตร ที่ส่งผลกระทบกับประเทศที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในประเด็นที่นำไปสู่การคว่ำบาตรฝ่ายเดียว

ด้านนายสุพรหมยัม ชัยศังกร รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย กล่าวถึงการกระจุกตัวของอำนาจทางเศรษฐกิจ ซึ่งเขาระบุว่าได้ปล่อยให้หลายชาติต้องตกเป็นเบี้ยล่างของคนจำนวนน้อย และย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการปฎิรูปการตัดสินใจในระดับโลกซึ่งรวมถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี)

“วิธีการแบบเก่าไม่สามารถที่จะจัดการกับสถานการณ์แบบใหม่ได้ แต่เราเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง และเราต้องลงมือทำ”ชัยศังกรกล่าว

ต่อประเด็นดังกล่าว แพนเดอร์กล่าวว่า องค์ประกอบในปัจจุบันของยูเอ็นเอสซีเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญเพราะขาดตัวแทนถาวรของแอฟริกา และวันนี้เราก็เห็นแล้วว่ามันล้มเหลว ดังนั้นมันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิรูปยูเอ็นเอสซี

นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า บริกส์เป็นแกนกลางในการต่อตั้งระเบียบโลกที่ยุติธรรมมากขึ้น โดยเขาโจมตีตะวันตกที่คว่ำบาตรและดำเนินการในรูปแบบอื่นๆ ต่อรัสเซียว่าเป็นการแบล็กเมล์ทางการเงินต่อมอสโก และว่า ท่ามกลางการกระทำของตะวันตกต่อประเทศของเรา เราควรแสวงหาคำตอบที่เป็นสากลสำหรับความท้าทายในยุคของเราร่วมกัน

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองอย่างมากในการประชุมครั้งนี้คือความเป็นไปได้ของการเดินทางมาเข้าร่วมประชุมผู้นำบริกส์ของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่โจฮันเนสเบิร์กในเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากที่เขาถูกออกหมายจับโดยศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ซึ่งแอฟริกาใต้เป็นสมาชิก นั่นหมายถึงแอฟริกาใต้จะต้องทำการจับกุมปูตินหรือไม่หากเขามาร่วมประชุมด้วยตนเอง

แพนเดอร์กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา ของแอฟริกาใต้จะเป็นผู้ตัดสินใจในจุดยืนสุดท้ายของเราว่าจะเป็นอย่างไร แต่ตามขั้นตอนแล้วจะมีการออกคำเชิญไปยังประมุขแห่งรัฐของชาติสมาชิกบริกส์ทั้งหมด อย่างไรก็ดีจนถึงขณะนี้ปูตินไม่ได้ยืนยันว่าเขาจะเดินทางมาร่วมประชุมด้วยตนเองหรือไม่ โดยทำเนียบประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ระบุเพียงว่า รัสเซียจะเข้าร่วมในระดับที่เหมาะสม

ที่ประชุมยังได้มีการหรือถึงแผนการรับสมาชิกใหม่ ซึ่งขณะนี้มีผู้ยื่นของเข้าเป็นสมาชิกบริกส์เพิ่มขึ้น 6 ชาติ ประกอบด้วย เวเนซุเอลา อาร์เจนตินา แอลจีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย และนายฮอสเซน อามีร์-อับดอลลาห์ยาน รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ก็เดนทางไปยังเคปทาวน์ เพื่อเข้าร่วมหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศบริกส์ในครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ดี อนิล ซุกลาล เอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้ประจำบริกส์ กล่าวว่า มีมากกว่า 20 ประเทศที่ได้ร้องขอที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกบริกส์ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

ด้านนายหม่า เจาซวี่ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศจีนกล่าวว่า จีนพอใจกับการที่ประเทศต่างๆ จะเข้าร่วมกับบริกส์มากขึ้น เพราะมันจะช่วยเพิ่มอิทธิพลของกลุ่มและทำให้กลุ่มมีอำนาจมากขึ้นในการดูแลผลประโยชน์ของประเทศกำลังพัฒนา บริกส์เป็นการรวมตัวที่รวมทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน ตรงข้ามกับวงกลมเล็กๆ ของบางประเทศ ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าการขยายตัวของบริกส์จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศสมาชิก

เอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้ประจำบริกส์ยังกล่าวถึงความช่วยเหลือทางทหารของชาติตะวันตกต่อยูเครนว่า เป็นปัจจัยที่เติมเชื้อเพลิงความขัดแย้ง และความพยายามใดๆ ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา