คอลัมน์ไฮไลต์โลก : ปลุกแก้กม. เปิดทางเหยื่อบูลลี่ ทวงคืนความยุติธรรม
“The Glory” ซีรีส์เกาหลีสุดฮิต ที่มีถึง 2 ภาค ลงจอฉายทางเน็ตฟลิกซ์ช่วงปลายปี 2022 และ ต้นปี 2023 เป็นซีรีส์เกาหลีที่ประสบความสำเร็จอย่างมากเรื่องหนึ่งและดังกระฉ่อนไปทั่วโลก จากการสะท้อนตอกย้ำให้เห็นปัญหาความรุนแรงหรือการบูลลี่ในโรงเรียน ที่ในภาษาเกาหลีเรียกว่า “Hakpok” ซึ่งฝังรากอยู่ในสังคมเกาหลีมาเป็นเวลานาน แต่ในระยะหลังได้ถูกตีแผ่ให้สังคมตระหนักรับรู้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากผู้ตกเป็นเหยื่อของการบูลลี่ที่มีบาดแผลฝังลึกอยู่ในใจ กล้าลุกขึ้นมาเปิดโปง
พโย เย-ริม ช่างตัดผมวัย 26 ปี ผู้เคยตกเป็นเหยื่อของการถูกบูลลี่จากเพื่อนในโรงเรียน ทั้งจากการถูกซ่อนเข็มไว้ในรองเท้า ถูกจับกดหัวลงโถส้วม หรือการถูกเตะอัดท้อง ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของปรากฎการณ์ที่เรียกว่า Hakpok #MeToo ในสังคมเกาหลี ที่เหยื่อของการถูกบูลลี ได้เอาชนะความกลัวและความอายของตนเอง ลุกขึ้นมาเปิดโปงตัวตนและการกระทำสุดอัปยศของคนที่บูลลี่พวกเขาให้สาธารณชนได้รับรู้เพื่อให้สังคมลงโทษกับคนที่บูลลี่ผู้อื่นเหล่านั้น
หลายกรณีที่เหยื่อลุกขึ้นมาเปิดโปงเรื่องการบูลลี่ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการต่างๆ ของเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นไอดอลในวงการเคป๊อบ นักแสดงคนดัง หรือนักกีฬาดาวเด่น จนมีอันต้องหมดสิ้นอนาคตในสายอาชีพของตนเองไปดังที่ปรากฎเป็นข่าวก็หลายราย รวมถึง อัน กิลโฮ ผู้กำกับซีรีส์เรื่อง “The Glory” เองด้วย ที่โดนเพื่อนนักเรียนออกมาแฉว่าเขาถูกผู้กำกับคนดังรายนี้บูลลี่ จนทำให้ อัน กิลโฮ ต้องออกมาขอโทษเหยื่อต่อหน้าสังคมเช่นกัน
ในความเห็นของผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าการบูลลี่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในสถานศึกษาของเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนรัฐหรือเอกชน แม้จะมีความพยายามแก้ไขปัญหานี้ก็ตาม แต่ปัญหาคือคนที่บูลลี่ผู้อื่นในโรงเรียนกลับลอยนวลไปได้โดยไม่ถูกลงโทษ ณ เวลานั้นที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น และกฎหมายที่กำหนดอายุความหรือกำหนดระยะเวลาการบังคับตามกฎหมาย ได้ทำให้การกระทำผิดเหล่านั้นเป็นเรื่องยากที่เหยื่อจะกลับมาทวงความยุติธรรมคืนตามกฎหมายให้กับตนเองในภายหลังเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี
คิม จีฮุน อาจารย์ด้านอาชญวิทยา ที่ทำการวิจัยปัญหาการบูลลี่ในเกาหลีใต้ บอกว่า ปัญหาก็คือยังคงไม่มีระบบในระดับโรงเรียนที่ผู้ตกเป็นเหยื่อสามารถเข้าถึงได้อย่างไม่ลังเลในการตอบสนองต่อเหตุบูลลี่ที่เกิดขึ้นในทันทีและอย่างเพียงพอ
ขณะที่ พโย เย-ริม ผู้ต้องต่อสู้กับการนอนไม่หลับและภาวะซึมเศร้า จากบาดแผลในใจจากการถูกบูลลี่ ก่อนเธอจะลุกขึ้นมาตีแผ่ฝันร้ายดังกล่าวต่อสังคม จนกระทั่งคนที่บูลลี่เธอถูกไล่ออกจากงานนั้น เป็นหนึ่งในเหยื่อที่กำลังเคลื่อนไหวให้มีการยกเครื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง ด้วยการเรียกร้องให้ยกเลิกการบังคับใช้อายุความกับเหตุความรุนแรงในโรงเรียน เพื่อที่เหยื่อจะสามารถยื่นฟ้องเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้แม้เหตุการณ์ผ่านไปหลายปีแล้ว และการให้แก้ไขกฎหมายหมิ่นประมาทเพื่อปกป้องเหยื่อที่ดีขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากปัจจุบันผู้ถูกกล่าวหาสามารถฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาทต่อเหยื่อที่ออกมาพูดความจริงได้
แม้สังคมส่วนใหญ่จะเห็นอกเห็นใจและให้การสนับสนุนผู้ตกเป็นเหยื่อ แต่ก็ยังมีเสียงส่วนหนึ่งที่ตั้งคำถามถึง “ความเป็นธรรม” ของการลงโทษดังกล่าว ที่ย้อนเอาผิดจากการกระทำในอดีตของคนที่ก่อการบูลลี่ที่ในขณะนั้นยังเป็นผู้เยาว์ที่อาจไร้ซึ่งวุฒิภาวะ
ต่อประเด็นนี้ผู้เชี่ยวชาญเห็นควรว่าเป็นการดีกว่าหากทำงานร่วมกับโรงเรียน มิให้เพิกเฉยต่อเหตุบูลลี่ที่เกิดขึ้นและจัดการกับกรณีนั้นๆ ในทันที เป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

