‘โซนิกบูม’ ก้องฟ้า! หลัง F-16 มะกัน สกัดบินเล็กรุกล้ำเหนือกรุงวอชิงตัน ก่อนโหม่งพื้นดับยกลำ
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สหรัฐอเมริกาได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 หลายลำ บินสกัดเครื่องบินเล็กลำหนึ่งที่บินเหนือน่านฟ้ากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยไร้การตอบสนองกลับของนักบินเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน จนก่อให้เกิด “โซนิกบูม” หรือเสียงดังกึกก้องที่เกิดจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงของอากาศยานขึ้นในพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยบางรายรู้สึกกังวลจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ทางการสหรัฐได้ส่งเครื่องบินขับไล่ที่บินด้วยความเร็วสูงหลายลำเข้าสกัดเครื่องบินเล็กที่รุกล้ำน่านฟ้าของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ (4 มิ.ย.) โดยที่นักบินของเครื่องบินลำนี้ไม่ตอบสนองต่อการติดต่อไปของเจ้าหน้าที่สหรัฐ ก่อนที่อากาศยานซึ่งถูกไล่ต้อนนี้ก็ประสบเหตุตกลงในพื้นที่ชนบทของรัฐเวอร์จิเนียอย่างรวดเร็ว
ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเดินทางไปถึงจุดที่เครื่องบินตกใกล้กับป่าสงวนแห่งชาติจอร์จ วอชิงตัน (George Washington National Forest) หลายชั่วโมงต่อมา และแจ้งว่าไม่พบผู้รอดชีวิต โดยมีรายงานว่ามีผู้โดยสาร 4 คนบนเครื่องบินลำนี้
ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าเพราะเหตุใดนักบินถึงไม่ตอบสนองต่อเจ้าหน้าที่หรืออะไรที่เป็นสาเหตุให้เครื่องบินไอพ่นขนาดเล็กในตระกูล Cessna Citation นี้ตกสู่พื้น ด้านเจ้าหน้าที่ทหารไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า ไม่ได้มีการยิงเครื่องบินลำดังกล่าวและเครื่องบิน F-16 ก็ไม่ได้ทำให้เกิดเหตุที่น่าเศร้าสลดนี้
เจ้าหน้าที่การบินสหรัฐกล่าวว่า เครื่องบินเล็กนี้ออกจากสนามบินในเมืองเอลิซาเบธทาวน์ รัฐเทนเนสซี เมื่อเวลา 13.14 น. ของเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น โดยมุ่งหน้าไปยังเมืองลองไอแลนด์ รัฐนิวยอร์ก
อย่างไรก็ดี ข้อมูลติดตามการบินแสดงให้เห็นว่า นักบินได้หันเครื่องบินกลับหลังจากเดินทางไปถึงเมืองลองไอแลนด์และบินลงไปทางทิศใต้เหนือกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ขณะที่ข้อมูลเที่ยวบินดังกล่าวสิ้นสุดในเวลาประมาณ 15.30 น. ใกล้เมืองมอนเตเบลโล รัฐเวอร์จิเนีย
อีกทั้งยังมีรายงานว่าเครื่องบินส่วนตัวลำดังกล่าวจดทะเบียนกับบริษัท Encore Motors of Melbourne Inc. ในฟลอริดา จอห์น รัมเพล วัย 75 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจนี้กล่าวกับนิวยอร์กไทมส์ว่า ลูกสาวและหลานสาววัย 2 ขวบของเขา รวมถึงพี่เลี้ยงของเธออยู่บนเครื่องบินพร้อมๆ กับนักบิน และว่าพวกเขากำลังเดินทางกลับมานิวยอร์ก
“เครื่องบินดิ่งลงมาที่ความเร็ว 20,000 ฟุตต่อนาที ซึ่งไม่มีใครที่จะรอดชีวิตจากการตกด้วยความเร็วนั้นได้” รัมเพลกล่าว

