หน้าแรก ต่างประเทศ โดนแฉยับ! ‘By...

โดนแฉยับ! ‘ByteDance’ ถูกกล่าวหาให้อภิสิทธิ์จีน เข้าถึงข้อมูล-สอดแนมผู้ประท้วงในฮ่องกง

7.06.23 | 17:27 น.
FILE PHOTO (REUTERS/Dado Ruvic/Illustration)

โดนแฉยับ! ‘ByteDance’ ถูกกล่าวหาให้อภิสิทธิ์จีน เข้าถึงข้อมูล-สอดแนมผู้ประท้วงในฮ่องกง

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า บริษัทไบท์แดนซ์ (ByteDance) เจ้าของติ๊กต็อก (TikTok) แอพพลิเคชั่นแชร์วิดีโอสั้นยอดนิยมของจีน ถูกกล่าวหาว่าอนุญาตให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) เข้าถึงข้อมูลของผู้ประท้วงและนักเคลื่อนไหวสิทธิพลเมืองของฮ่องกง

ในการฟ้องต่อศาลสูงซานฟรานซิสโกในสัปดาห์นี้ โดย หยู ยินเทา อดีตผู้บริหารของ ByteDance ได้มีการระบุว่า ผู้ใช้ที่อัพโหลดวิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการประท้วงจะถูกระบุตัวตนและเฝ้าติดตาม ขณะที่สมาชิกพรรค CCP สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ TikTok ในสหรัฐอเมริกาเช่นกัน

หยูซึ่งเคยเป็นผู้บริหารฝ่ายวิศวกรรมของ Bytedance ในสหรัฐเป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2017 กล่าวอ้างว่า สมาชิกพรรค CCP จะมีบัญชีผู้ใช้พิเศษ (Superuser) ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า “god user” ซึ่งอนุญาตให้พวกเขาดูข้อมูลทั้งหมดที่ ByteDance รวบรวมได้ และว่า สมาชิกพรรคดังกล่าวที่ไม่ใช่พนักงานของ ByteDance กลับสามารถปรากฏตัวที่สำนักงานของบริษัทในปักกิ่ง ซึ่งนี้เป็นข้อมูลพื้นฐานซึ่งเป็นที่ทราบกับดีเหล่าผู้บริหารอาวุโส

การยื่นฟ้องนี้ยังเผยด้วยว่า ในปี 2018 สมาชิกพรรค CCP ได้ใช้อภิสิทธิ์ของบัญชี God user เพื่อระบุตัวและค้นหาผู้ประท้วง นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมือง และผู้สนับสนุนการประท้วงชาวฮ่องกง

Advertisement

ก่อนหน้านี้ เกิดการประท้วงครั้งใหญ่หรือ “การปฏิวัติร่ม” (Umbrella Movement) ขึ้นที่ฮ่องกงในปี 2014 โดยประชาชนได้ออกมาเรียกร้องสิทธิในการเลือกผู้นำของตนเอง หลังจากนั้นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองก็พากันเดินขบวนประท้วงอยู่เรื่อยๆ อย่างไรก็ดี ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้ลดจำนวนลงไปอย่างมากตั้งแต่ที่ปักกิ่งปราบปรามผู้ไม่เห็นด้วยผ่านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติหลังจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในปี 2019

ด้านโฆษก ByteDance ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างหนักแน่น และว่า พวกเราวางแผนที่จะต่อต้านสิ่งที่เราเชื่อว่าเป็นการกล่าวอ้างและข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงในการฟ้องร้องนี้

ByteDance ยังกล่าวอีกว่า หยูทำงานที่บริษัทเป็นเวลาน้อยกว่า 1 ปี ในโครงการ Flipagram ที่ปิดตัวลงไปแล้ว

“เป็นเรื่องน่าแปลกที่ หยูไม่เคยพูดถึงข้อกล่าวหาเหล่านี้เลยในช่วง 5 ปีนับตั้งแต่ที่เขาถูกเลิกจ้างให้ทำโครงการ Flipagram ในเดือนกรกฎาคม 2018 การกระทำของเขามีจุดประสงค์ที่ชัดเจนในการดึงดูดความสนใจของสื่อ” โฆษก ByteDance กล่าว

ทั้งนี้ คำกล่าวอ้างของหยูเกิดขึ้นในช่วงที่ TikTok ตกอยู่ภายใต้การเพ่งเล็งทั่วโลก โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โซ่วจือ โจว ซีอีโอของ TikTok ต้องเผชิญกับการโจมตีเป็นเวลา 4 ชั่วโมงครึ่งในการแถลงถึงประเด็นอันตรายของแอพพ์ดังกล่าวต่อสภาคองเกรสของสหรัฐ

ต่อมารัฐมอนทานาได้กลายเป็นรัฐแรกของสหรัฐที่ประกาศห้ามใช้ TikTok ในโทรศัพท์มือถือส่วนตัว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคมปี 2024 โดยการเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถดาวน์โหลดแอพพ์ดังกล่าวผ่านร้านค้าแอพพลิเคชั่น อย่าง App store และ Play Store จะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายแต่ไม่มีการห้ามผู้ที่ใช้งานติ๊กต็อกอยู่ก่อนหน้าเลิกใช้งานแอพพ์ดังกล่าว

ด้าน TikTok ได้ฟ้องรัฐมอนทานาเพื่อคัดค้านคำสั่งห้ามดังกล่าว โดยระบุว่ากฎหมายนี้ขัดแย้งกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของผู้คนในรัฐแห่งนี้