มหาเศรษฐีฟินแลนด์ ถูกจับขับรถเร็ว เจอค่าปรับอ่วม 4.4 ล้านบาท
เว็บไซต์ เดลิเมล์ รายงานว่า อันเดอร์ส วิกลอฟ มหาเศรษฐีชาวฟินแลนด์วัย 76 ปี ถูกตำรวจจับ ปรับเงิน 104,000 ปอนด์ หลังขับรถเร็ว 51 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเขตพื้นที่ที่ให้ขับรถ 30 ไมล์ต่อชั่วโมง บนเกาะเอแลนด์ ซึ่งเป็นหมู่เกาะปกครองตัวเอง ในทะเลบอลติก ส่วนหนึ่งของฟินแลนด์
ซึ่งการที่เขาต้องจ่ายค่าปรับสูงขนาดนี้ เป็นเพราะว่า ฟินแลนด์ ลงโทษผู้ขับขี่รถเร็ว โดยปรับตามรายได้ วิกลอฟ และนักธุรกิจหลายคน จึงโดนค่าปรับมหาศาล
วิกลอฟ ประธานบริษัทโฮลดิ้ง ที่มีธุรกิจด้านโลจิสติกส์ บริการเฮลิคอปเตอร์ อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยว เติบโตในหมู่เกาะเอแลนด์ เดินทางไปเที่ยวกับเพื่อนๆ และถูกจับความเร็ว ก่อนเสียค่าปรับ 104,000 ปอนด์ หรือราว 4,446,000 บาท ตามการรายงานของหนังสือพิมพ์ Nya Aland ของฟินแลนด์
เขาระบุว่า การจำกัดความเร็ว กะทันหัน เปลี่ยนเป็น 30 ไมล์ต่อชั่วโมง และเขาพยายามลดความเร็วให้ทันเวลา
“ฉันลดความเร็วลง คุณไม่ต้องกังวลหรอก” วิกลอฟ บอกกับ HBL และว่า “แต่แล้วไฟสีน้ำเงินก็ส่องมาที่ฉัน”
นอกจากค่าปรับจำนวนมากแล้ว เขายังถูกระงับใบขับขี่เป็นเวลา 10 วัน
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่นักธุรกิจผู้ก่อตั้ง วิกลอฟ โฮลดิ้ง ถูกปรับ ย้อนไปเมื่อปี 2013 เขาถูกปรับ 80,000 ปอนด์ หลัวจากถูกจับได้ว่าขับเร็ว 47 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเขตห้ามเกิน 30 ไมล์ต่อชั่วโมง บนหมู่เกาะโอลันด์ และในปี 2018 เขาก็โดนปรับอีก
หลังจากจ่ายค่าปรับแล้ว วิกลอฟ กล่าวว่า บางทีอาจมีการจำกัดค่าปรับที่ต้องโดนบ้าง และก็หวังว่า เงินจำนวนนี้ จะไปใช้ในการดูแลสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ
“ฉันเสียใจกับเรื่องนี้จริงๆ และหวังว่า เงินนี้จะช่วยในเรื่องสุขภาพ”
ในฟินแลนด์ ค่าปรับจากการขับรถเร็วนั้น คิดเป็นสัดส่วนกับรายได้ของผู้ขับขี่ ซึ่งเศรษฐีหลายคน ต้องจ่ายค่าปรับคิดเป็น 14 วันของรายได้ หรือเท่ากับ 104,000 ปอนด์ อย่างไรก็ตาม ฟินแลนด์ ไม่ใช่ประเทศเดียวที่คิดค่าปรับจากรายได้ของผู้กระทำความผิด และความเร็วที่พวกเขากำลังขับรถ สวิตเซอร์แลนด์ ก็ใช้วิธีการคิดค่าปรับแบบนี้เช่นกัน ในปี 2010 มีนักขับชาวสวีเดนวัย 31 ปี ถูกปรับมากถึง 957,000 ปอนด์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการโดนปรับที่มากที่สุดในโลก

