
อัยการเปิดคำฟ้อง ‘ทรัมป์’ ชี้ทำ ‘ความมั่นคงของชาติ’ ตกอยู่ในความเสี่ยง อึ้ง! เอาเอกสารลับ ซุกห้องน้ำ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน อัยการสหรัฐได้ออกมาเปิดเผยคำฟ้องต่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ โดยกล่าวหาว่าความมั่นคงของชาติต้องตกอยู่ในอันตรายเพราะทรัมป์ จากการที่เขาถือครองเอกสารลับสุดยอดของรัฐบาลในด้านนิวเคลียร์และกลาโหม หลังลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐไปแล้ว
เอกสารคำฟ้องจำนวน 49 หน้าระบุว่า ทรัมป์ได้นำเอกสารชั้นความลับของรัฐบาลสหรัฐจำนวนหลายร้อยฉบับที่เก็บอยู่ในกล่องกระดาษกลับไปที่บ้านพักมาร์-อา-ลาโกของเขาในรัฐฟลอริดา ซึ่งมักถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานสังคมขนาดใหญ่
คำฟ้องยังระบุอีกว่า ทรัมป์เก็บเอกสารลับต่างๆ ซึ่งรวมถึงบันทึกของกระทรวงกลาโหม สำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) และสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) อย่างไม่ปลอดภัย โดยระบุว่า “เอกสารลับที่ทรัมป์เก็บไว้ในกล่องมีข้อมูลเกี่ยวกับขีดความสามารถในด้านการป้องกันและอาวุธของทั้งสหรัฐและต่างประเทศ” โดยเอกสารอื่นๆ มีข้อมูลเกี่ยวกับโครงการด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐ รวมถึงโอกาสในการเกิดจุดอ่อนของสหรัฐและชาติพันธมิตรในการโจมตีทางทหารตลอดจนแผนการตอบโต้
นอกจากนั้นแล้ว ทรัมป์ยังเคยนำเอกสารลับเกี่ยวกับปฏิบัติการและแผนของกองทัพสหรัฐออกมาแสดงให้ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เห็นเอกสารที่สนามกอล์ฟของเขาในเมืองเบดมินสเตอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ อย่างน้อย 2 ครั้ง
ทรัมป์ต้องเจอกับข้อหาจำนวน 37 ข้อหาแยกกันในคำฟ้อง รวมถึง 31 ข้อหาเกี่ยวกับการจงใจเก็บข้อมูลการป้องกันประเทศที่เกี่ยวข้องกับเอกสารเฉพาะ ในแต่ละข้อหาจะมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

นอกจากนั้นแล้ว ทรัมป์ยังถูกฟ้องร้องในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกันขัดขวางกระบวนการยุติธรรม มีโทษสูงสุดคือจำคุก 20 ปี รวมถึงข้อหาถือครองเอกสารและบันทึกของรัฐบาล ซึ่งมีโทษสูงสุดคือจำคุก 20 ปีเช่นกัน และรวมถึงข้อหาให้การเท็จ
คำฟ้องบอกอีกว่า นายวอลท์ เนาตา ผู้ช่วยส่วนตัวของทรัมป์ซึ่งถูกเสนอให้เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ถูกตั้งข้อหา 6 กระทงจากการช่วยทรัมป์ซ่อนเอกสารไว้ตามที่ต่างๆ ของบ้านมาร์-อา-ลาโก อาทิ ห้องบอลรูม ห้องน้ำ ห้องนอนของทรัมป์ และห้องเก็บของ “การเปิดเผยเอกสารลับเหล่านี้โดยไม่ได้รับอนุญาตอาจทำให้ความมั่นคงของสหรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความปลอดภัยของกองทัพสหรัฐ และทรัพยากรมนุษย์ตกอยู่ในความเสี่ยง”

