สหรัฐปัดข่าวจีนตั้งศูนย์ดักฟังในคิวบา ลั่นปักกิ่งสอดแนมมานานแล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ปฏิเสธรายงานข่าวเมื่อไม่นานมานี้ที่ว่าจีนตั้งศูนย์ดักฟังในคิวบา และว่าปักกิ่งได้ทำการสอดแนมจากฐานในคิวบามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และอัพเกรดฐานข้อมูลข่าวกรองในประเทศดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2019
ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนว่า จีนบรรลุข้อตกลงลับกับคิวบาเพื่อจัดตั้งศูนย์ดักฟังอิเล็กทรอนิกส์บนประเทศเกาะดังกล่าว ที่ห่างจากรัฐฟลอริดาของสหรัฐประมาณ 160 กิโลเมตร อย่างไรก็ดี ทั้งรัฐบาลสหรัฐและคิวบาต่างตั้งข้อสงสัยต่อรายงานดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไบเดน กล่าวโดยไม่เปิดเผยตัวตนว่า ข่าวข้างต้นไม่สอดคล้องกับความเข้าใจของทางรัฐบาล แต่ไม่ได้ระบุว่ารายงานนี้ผิดพลาดอย่างไรและไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าจีนมีความพยายามในการสร้างศูนย์ดักฟังแห่งใหม่ในคิวบาหรือไม่
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุอีกว่า ปัญหาการสอดแนมของจีนเกิดขึ้นก่อนที่ไบเดนจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เช่นเดียวกับความพยายามของปักกิ่งในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานการรวบรวมข่าวกรองทั่วโลก
“นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่พลวัตใหม่” เจ้าหน้าที่กล่าว และว่า “จีนได้ดำเนินการปรับปรุงศูนย์รวบรวมข่าวกรองในคิวบาเมื่อปี 2019 นี่เป็นสิ่งที่ถูกระบุอย่างชัดเจนในบันทึกข่าวกรอง”
เมื่อถูกถามถึงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้ เจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตจีน ณ กรุงวอชิงตันกล่าวถึงคำแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเมื่อวันศุกร์ (9 มิ.ย.) ที่กล่าวหาสหรัฐว่า เผยแพร่ข่าวลือและใส่ร้ายด้วยประเด็นศูนย์ดักฟังในคิวบา พร้อมย้ำว่าสหรัฐเป็นประเทศที่มีแฮกเกอร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
ด้านรัฐบาลคิวบาไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องขอความคิดเห็น ขณะที่เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน คาร์ลอส เฟอร์นันเดซ เดอ คอสซิโอ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศคิวบา กล่าวว่า รายงานข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องเท็จอย่างสิ้นเชิง และว่ารายงานนี้ว่าเป็นการกุเรื่องขึ้นของสหรัฐเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อคิวบาที่มีมานานหลายทศวรรษ
เดอ คอสซิโอ ยังกล่าวว่า คิวบาปฏิเสธการจัดตั้งฐานของกองทัพต่างชาติใดๆ ก็ตาม ในภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียน
ประเด็นที่พุ่งเป้าการสอดแนมของจีนในคิวบาเกิดขึ้นในขณะที่วอชิงตันและปักกิ่งกำลังดำเนินการเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์บอลลูนต้องสงสัยว่าเป็นการสอดแนมของจีนบินผ่านน่านฟ้าสหรัฐก่อนที่กองทัพจะยิงมันตกนอกชายฝั่งตะวันออกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

