สุดทึ่ง! ค้นพบซากไดโนเสาร์ปากเป็ดสปีชีส์ใหม่ อายุ 72 ล้านปี ในชิลี
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน โลกประสบความสำเร็จทางโบราณคดีอีกครั้ง เมื่อมีการขุดพบซากไดโนเสาร์กินพืชที่มีปากคล้ายปากเป็ดสปีชีส์ใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนที่ซีกโลกใต้ในประเทศชิลี โดยไดโนเสาร์นี้เคยมีชีวิตอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำอันเก่าแก่และห่างไกลของภูมิภาคปาตาโกเนีย ทางตอนใต้ของชิลีเมื่อประมาณ 72 ล้านปีก่อน
ตามข้อมูลที่เผยแพร่ในวารสาร Science Advances คณะนักวิทยาศาสตร์ได้ขนานนามไดโนเสาร์ตัวนี้ว่า “Gonkoken nanoi” ซึ่งมีน้ำหนักได้มากถึง 1 ตัน และสูงได้มากที่สุดถึง 4 เมตร

การค้นพบที่น่าทึ่งนี้มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2013 ที่คณะสำรวจซึ่งนำโดยสถาบันชิลีแอนตาร์กติก (INACH) ค้นพบชิ้นส่วนของกระดูกสีเหลืองหนึ่งที่ด้านล่างของไหล่เขาใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อย่าง อุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล ไปย์เน (Torres del Paine) ในปาตาโกเนีย นับเป็นการขุดค้นที่ยาวนานเกือบทศวรรษ
โจนาธาน อลาร์คอน นักวิจัยหลักของการศึกษาครั้งนี้กล่าวว่า “ในตอนแรกพวกเราคิดว่ามันเป็นชิ้นส่วนจากไดโนเสาร์กลุ่มเดียวกับฮาโดรซอร์ (Hadrosaurs) ของอเมริกา แต่เมื่อศึกษาไปเรื่อยๆ พวกเราก็ได้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”
อลาร์คอนกล่าวว่า ได้ขุดชิ้นส่วนแล้วกว่า 100 ชิ้น และว่า มันเป็นเรื่องยากมากที่จะดำเนินการโดยไม่สร้างความเสียหายต่อชิ้นส่วนเหล่านี้ หลังจากนั้น นักวิทยาศาสตร์ต้องทำให้แน่ใจว่าชิ้นส่วนกระดูกเป็นของสัตว์ชนิดเดียวกัน และตรวจสอบกับงานวิจัยที่มีอยู่เพื่อยืนยันว่าเป็นของไดโนเสาร์สปีชีส์ใหม่จริง ๆ หรือไม่

“Gonkoken nanoi ไม่ใช่ไดโนเสาร์ปากเป็ดขั้นสูง แต่เป็นวงไดโนเสาร์ปากเป็ดในช่วงเปลี่ยนผ่านที่มีอายุเก่าแก่กว่า เป็นไดโนเสาร์ที่เชื่อมโยงทางวิวัฒนาการไปสู่ไดโนเสาร์ขั้นสูง” อเล็กซานเดอร์ วาร์กัส นักวิจัยอีกคนกล่าว
การวิจัยอย่างครอบคลุมช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถจำลองโครงกระดูกแบบดิจิทัลขึ้นใหม่ได้ และทีมงานยังหวังที่จะพิมพ์ 3 มิติโครงสร้างดังกล่าวเพื่อแสดงต่อสาธารณชน
อลาร์คอนกล่าวด้วยว่า ชื่อ “Gonkoken” เป็นการประสมคำจากภาษาของชาว Aonikenk ที่อาศัยอยู่ในปาตาโกเนียจนถึงช่วงสิ้นสุดศตวรรษที่ 19 ได้แก่คำว่า “Gon” ที่มีความหมายว่าคล้ายคลึง และ “Koken” ที่มีความหมายว่าเป็ดหรือหงส์
ในขณะที่ “nanoi” เป็นคำที่แสดงความระลึกถึง มาริโอ นาโน อูลัว อดีตผู้ดูแลฟาร์มปศุสัตว์ที่ให้การสนับสนุนด้านลอจิสติกส์แก่ทีมค้นหาเมื่อมีการขุดพบชิ้นส่วนครั้งแรก


