เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษรายงานว่า รัฐสภาอิตาลีอนุมัติเงินช่วยเหลือภาคการธนาคารมูลค่า 20,000 ล้านยูโร (ราว 750,000 ล้านบาท) ที่เหมือนเป็นการส่งสัญญาณป่าวประกาศล่วงหน้าว่ารัฐบาลจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือมอนเต เด ปาสคี ดิ เซียนา (เอ็มพีเอส) ธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของอิตาลี หลังจากเมื่อคืนวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางธนาคารเปิดเผยว่าไม่สามารถจูงใจนักลงทุนรายใหญ่นั่นคือกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งกาตาร์ให้มาซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่ออกใหม่มูลค่า 5,000 ล้านยูโร (ราว 188,000 ล้านบาท)
นอกจากนี้ เอ็มพีเอสยังระบุด้วยว่าแผนการแปลงหนี้เป็นทุนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการระดมเงินทุนเสริมสร้างความเข้มแข็งของธนาคาร สามารถระดมทุนได้มากกว่า 2,000 ล้านยูโรเล็กน้อย แต่ความล้มเหลวที่จะจูงใจนักลงทุนรายใหญ่ให้ลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านยูโร หมายความว่า แผนการกู้วิกฤตธนาคารจะไม่สำเร็จก่อนเวลาปิดทำการในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 22 ธันวาคมตามเวลาท้องถิ่น
หุ้นของเอ็มพีเอสผันผวนอย่างรุนแรงในการซื้อขายเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม โดยร่วงลง 18 เปอร์เซ็นต์สู่ระดับต่ำสุดที่ 15 ยูโรต่อหุ้น ก่อนที่จะดีดตัวกลับขึ้นมาปิดที่ลดลง 12.08 เปอร์เซ็นต์ที่ 16.30 ยูโรต่อหุ้น ท่ามกลางข่าวลือที่ว่าความพยายามระดมทุนเพื่อกู้วิกฤตของธนาคารล้มเหลว
และจากการที่เอ็มพีเอสมีแนวโน้มว่าจะพลาดกำหนดเส้นตายที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กำหนดให้ระดมทุนใหม่ ทำให้คาดว่ารัฐบาลอิตาลีจะยื่นมือเข้ามาอุ้ม โดยการซื้อหุ้นเพิ่มจาก 4 เปอร์เซ็นต์จากที่ถืออยู่ คาดว่าอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 22 ธันวาคมนี้เลย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะใช้เงินงบประมาณเท่าไหร่จาก 2,000 ล้านยูโรที่รัฐสภาอนุมัติออกมา

