ระอุ! ยอดดับคลื่นความร้อนในอินเดียพุ่ง ใกล้แตะ 170 ราย
คลื่นความร้อนที่แผดเผา 2 รัฐที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในอินเดีย ทำให้โรงพยาบาลเต็มไปด้วยคนป่วย โรงเก็บศพเต็มไปด้วยร่างของผู้เสียชีวิต ซ้ำยังเกิดไฟดับขึ้นตามมา ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็พุ่งสูงขึ้นถึงเกือบ 170 รายแล้ว
สื่อท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ระบุว่า ในรัฐอุตตรประเทศทางตอนเหนือ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากคลื่นความร้อนในช่วงหลายวันที่ผ่านมาแล้ว 119 ราย ขณะที่ในรัฐพิหารที่อยู่ใกล้เคียงกันก็มีรายงานผู้เสียชีวิต 47 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตที่มีการบันทึกไว้ขณะนี้อยู่ที่ 166 ราย
คนขับรถบรรทุกศพในเมืองดอเรีย ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองบัลเลียที่มีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมากราว 110 กิโลเมตร กล่าวกับเอพีว่า ผู้คนมากมายกำลังจะตายจากความร้อน เราไม่มีเวลาพักผ่อนแม้แต่นาทีเดียว ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพียงวันเดียว เขาต้องขนศพมากถึง 26 ศพ
ขณะที่โรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองบัลเลีย รัฐอุตตรประเทศไม่สามารถรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นได้อีก เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลยังบอกด้วยว่าห้องเก็บศพเต็มแล้ว หลังจากที่มีผู้เสียชีวิต 54 ราย ในช่วงที่คลื่นความร้อนปกคลุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านสุขภาพต่างๆ ทำให้บางครอบครัว ญาติถูกขอให้นำศพกลับไปที่บ้าน
รัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐอุตตรประเทศระบุว่า ได้สั่งการให้ทีมงานช่วยกันตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และสอบสวนว่ามีผู้เสียชีวิตกี่รายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคลื่นความร้อน
พื้นที่ทางตอนเหนือของอินเดียขึ้นชื่อในเรื่องอากาศร้อนจัดในช่วงฤดูร้อน แต่กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดียระบุว่า อุณหภูมิในขณะนี้สูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง โดยอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นแตะ 43.5 องศาเซลเซียส ทำให้ต้องมีการประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา
ปัญหาอากาศร้อนจัดยังถูกซ้ำเติมด้วยไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นเป็นประจำทั่วทั้งภูมิภาค ทำให้คนไม่มีน้ำประปา พัดลม หรือเครื่องปรับอากาศใช้
นายโยดี อดิตยานาถ มุขมนตรีรัฐอุตตรประเทศ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการเพื่อทำให้มั่นใจว่าจะมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด

