‘IMF-ธนาคารโลก’ โดนบี้ให้กระตุ้นเงินสนับสนุนแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

FILE PHOTO (REUTERS/Johannes P. Christo/File Photo)

‘IMF-ธนาคารโลก’ โดนบี้ให้กระตุ้นเงินสนับสนุนแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนว่า ระหว่างประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (Paris Climate SUmmit) ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วันตั้งแต่วันพฤหัสบดี (22 มิ.ย.) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank)ได้ตกอยู่ภายใต้การกดดันให้มีบทบาทในการช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้เข้าถึงเงินทุนและสามารถปรับตัวกับผลกระทบของภาวะโลกร้อนได้

เจ้าหน้าที่จาก IMF และ ธนาคารโลกเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวเช่นเดียวกัยผู้นำด้านเศรษฐกิจอีกหลายคน ด้วยเป้าหมายที่จะจัดการกับความท้าทายที่เชื่อมโยงระหว่างการบรรเทาความยากจนและปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประชุมนี้ซึ่งจัดขึ้นโดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ถูกมองว่าเป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างสถาบันการเงินโลกใหม่อีกครั้ง เพื่อการจัดการกับแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่ให้ดียิ่งขึ้นซึ่งจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพอากาศของโลกภายในช่วงสิ้นสุดทศวรรษนี้

Advertisement

แน่นอนว่านโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโลกของ IMF และ ธนาคารโลกกลายมาเป็นที่เพ่งเล็ง ท่ามกลางข้อเรียกร้องจำนวนมากที่ต้องการให้ธนาคารเพื่อการพัฒนาแบบพหุภาคี  (Multilateral Development Bank) เหล่านี้มีบทบาทมากขึ้นในการช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้เข้าถึงเงินทุนเพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและจัดการกับผลที่ตามมาได้

ก่อนหน้านี้ IMF และ ธนาคารโลกได้นำเสนอนโยบายที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยปีที่แล้ว IMF ได้เปิดตัวกองทุน Resilience and Sustainability Trust (RST) ที่มีเงินทุน 40,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสนอการกู้เงินระยะยาวให้แก่โครงการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาเหล่านี้

ขณะที่เหล่าผู้นำของธนาคารโลก อย่าง เดวิด มัลพาสส์ อดีตประธานสถาบันการเงินดังกล่าวเพิ่มเงินทุนด้านสภาพอากาศเป็นสองเท่าอยู่ที่ 32,000 ล้านดอลลาร์ และจัดทำแผนปฏิบัติการด้านภาวะโลกร้อนในช่วงปี 2021 ถึง 2025 และอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลกคนปัจจุบันใช้เวทีการปราศรัยขณะรับตำแหน่งเพื่อเรียกร้องให้ธนาคารเดินหน้าแผนงานทั้งในด้านการปรับตัวและการบรรเทาปัญหาสภาพอากาศ รวมถึงประเด็นอื่นๆ

อย่างไรก็ดี ทั้ง IMF และ ธนาคารโลกต่างยอมรับว่าเงินทุนของหน่วยงานในขณะนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่ง IMF ประเมินว่าความต้องการนี้จะมีมูลค่ามากกว่าล้านล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2025

ขณะที่สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ ได้ผลักดันการปฏิรูป IMF และ ธนาคารโลกในหลายด้านตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งรวมถึงข้อเสนอในการปฏิรูปการกำกับดูแลของธนาคารเพื่อการพัฒนาแบบพหุภาคี เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีบทบาทมากขึ้นสำหรับเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา และเพื่อขยายภารกิจขององค์กรในการบูรณาการจัดหาเงินทุนต่อปัญหาสภาพภูมิอากาศ โดยคาดหวังว่าความคืบหน้าของปฏิรูปเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายในการประชุมประจำปีครั้งต่อไปของ IMF และ ธนาคารโลกซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมที่โมร็อกโก

โดยความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สุดจนถึงตอนนี้เกิดขึ้นที่การประชุม IMF และ World Bank เมื่อฤดูใบไม้ผลิ ที่สามารถบรรลุข้อตกลงในการเพิ่มขีดความสามารถในการให้กู้ยืมของ World Bank สูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์ต่อปีเป็นเวลา 10 ปี

ด้านประเทศกำลังพัฒนาบางส่วนแสดงความกังวลว่าการปฏิรูปเหล่านี้อาจทำให้ธนาคารเพื่อการพัฒนาแบบพหุภาคีให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่าการบรรเทาความยากจน

ทั้งนี้ แม้ว่ากระบวนการปฏิรูปจะประสบความสำเร็จ ประธานของ IMF และ World Bank ย้ำว่าสถาบันการเงินระหว่างประเทศไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่มีมากมายมหาศาลของกลุ่มประเทศที่เปราะบางที่สุดได้ด้วยตัวคนเดียว โดยบังกาได้รณรงค์หาเสียงขณะสมัครชิงตำแหน่งประธานธนาคารโลกในด้านการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนมากขึ้นในการจัดหาเงินทุนสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image