‘คิม อริส’ ลูกชาย ‘ออง ซาน ซูจี’ เรียกร้องปล่อยตัวแม่ วอนโลกช่วยเมียนมา
สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ว่า คิม อริส (Kim Aris) ลูกชายคนเล็กของนางออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของเมียนมา และผู้นำพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทหารของเมียนมาปล่อยตัวแม่ของตนออกจากคุก
“ผมไม่สามารถปล่อยให้แม่ของผมโรยราในห้องขังได้” คิม อริสกล่าว ในการสัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวบีบีซี เมียนมา ที่กรุงลอนดอน พร้อมเรียกร้องให้ทั่วโลกช่วยเหลือเธอมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐบาลทหารเมียนมาได้ตัดสินให้นางออง ซาน ซูจี มีความผิดหลายกระทงและต้องรับโทษจำคุกรวมทั้งสิ้น 33 ปี หลังจากที่กองทัพเมียนมาก่อการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021
คิม อริส ซึ่งมีสัญชาติอังกฤษ กล่าวว่า กองทัพเมียนมาไม่ให้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับแม่ของตน หรือแม้แต่สภาพร่างกายของเธอ และว่า เขาพยายามติดต่อกับทางสถานทูตเมียนมา กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ และสภากาชาดระหว่างประเทศหลายครั้งแต่หน่วยงานเหล่านั้นไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้
“ก่อนหน้านี้ ผมไม่อยากจะพูดหรือมีความเกี่ยวข้องกับสื่อมากนัก” คิม อริสกล่าว และว่า “มันดีกว่าถ้าผมไม่ยุ่งเรื่องการเมือง แม่ผมไมเคยอยากให้ผมเข้ามายุ่งเกี่ยว แต่ในเมื่อตอนนี้เธอถูกตัดสินโทษ และแน่ชัดว่ากองทัพทำตัวไม่มีเหตุผล ผมเลยคิดว่าตัวเองสามารถพูดในสิ่งที่ผมต้องการ”
คิม อริสยังเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศช่วยแก้ไขวิกฤตในเมียนมา ซึ่งความรุนแรงของความขัดแย้งยังคงเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่กองทัพใช้อาวุธรุนแรงและการโจมตีทางอากาศเพื่อทำลายกลุ่มต่อต้าน และว่า ทั่วโลกต้อง “ลงมือทำอะไรสักอย่าง ซึ่งรวมถึงมาตรการที่เหมาะสมในการห้ามค้าอาวุธต่อกองทัพ หรือแม้แต่การสนับสนุนผู้ที่พยายามต่อสู้กับกองทัพ” ที่จนถึงตอนนี้ เมียนมายังคงสามารถนำเข้าอาวุธและวัสดุต่างๆ ในการผลิตเครื่องมือทางทหาร แม้ถูกคว่ำบาตรและถูกโดดเดี่ยวในเวทีระหว่างประเทศก็ตาม
เขาย้ำว่า ประชาคมโลกต้องเริ่มล็อบบี้อย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อเรียกร้องการปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี และเรียกร้องให้ทั่วโลกให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมแก่ประชาชนชาวเมียนมาที่กำลังประสบกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก
ทั้งนี้ นางออง ซาน ซูจี ผู้เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เป็นหนึ่งในบุคคลต้นแบบแห่งประชาธิปไตยระดับโลก จากการที่เธอต่อสู้กับระบบเผด็จการทหารและเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมามานานหลายสิบปี การปล่อยตัวเธอจากการถูกกักบริเวณในบ้านเกือบ 15 ปี เมื่อปี 2010 จึงเป็นเรื่องโด่งดังในเมียนมาและทั่วโลก อย่างไรก็ดี เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเด็นชาวโรฮีนจาที่เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลายของประเทศเมียนมา
ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างนางออง ซาน ซูจี และครอบครัวก็ได้รับผลกระทบจากการที่เธอลุกขึ้นเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา โดยคิม อริส และอเล็กซานเดอร์ พี่ชายของเขาแทบไม่มีโอกาสได้พบกับแม่ของพวกเขาตั้งแต่ปี 1988 ซึ่งเป็นช่วงที่ออง ซาน ซูจี กลับไปยังเมียนมาเพื่อเยี่ยมแม่ที่ป่วย ก่อนที่จะกลายมาเป็นหัวหอกในการต่อต้านระบอบเผด็จการทหารในประเทศนับจากนั้น
“ทหารจะไม่มีวันชนะสงครามนี้ มันเรื่องของเวลาว่าจะดำเนินไปนานแค่ไหน” คิม อริสเน้นย้ำ และว่า “ยิ่งพวกเขาคืนอำนาจให้แม่ของผมและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยได้เร็วเท่าไร สิ่งต่างๆ ก็จะเริ่มก้าวหน้าในประเทศของพวกเขาได้เร็วเท่านั้น”

