ป้าเผย ‘สุเลมาน ดาวูด’หลานชายกลัว ไม่อยากลงเรือไททัน ไปเพราะอยากทำให้พ่อมีความสุข
เว็บยาฮู รายงาน แอซเมห์ ดาวูด พี่สาวของ ชาห์ซาดา ดาวูด นักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวปากีสถาน 1 ใน 5 ผู้โดยสารที่เดินทางไปกับเรือดำน้ำไททันเพื่อสำรวจซากเรือไททานิก ซึ่งเกิดระเบิดใต้ทะเลทำให้ผู้โดยสารทั้งหมดเสียชีวิต ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี นิวส์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายนว่า สุเลมาน ดาวูด ลูกชายวัย 19 ปีของนายซาดา ดาวูด และเป็นหลานชายของเธอ ไม่ได้อยากร่วมทริปนี้ และรู้สึกลังเล และกลัว แต่ตัดสินใจไปเพราะอยากทำให้พ่อมีความสุข
แอซเมห์เล่าว่า สุเลมานบอกกับญาติคนหนึ่งว่า “เขารู้สึกยังไม่พร้อม และกลัว” เกี่ยวกับทริปเดินทางลงไปสำรวจซากเรือไททานิก แต่หลานชายตัดสินใจไปเพราะวันนั้น (วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน) ตรงกับวันพ่อพอดี เขาจึงอยากทำให้พ่อซึ่งหลงใหลในตำนานของเรือไททานิกมีความสุข

แอซเมห์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากบ้านพักในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เธออยู่กับสามีว่า “ฉันกำลังคิดว่าสุเลมานซึ่งมีอายุ 19 อยู่ตรงนั้น น่าจะหายใจไม่ออก พูดตามตรงมันคงเป็นสภาพน่าทุรนทุราย”
หลังรู้ข่าวร้าย เมื่อบริษัทโอเชียนเกตออกมายืนยันว่าผู้โดยสารทั้งหมดบนเรือดำน้ำไททันคาดว่าเสียชีวิต แอซเมห์ให้สัมภาษณ์ด้วยเสียงสะอื้นว่า “ฉันแทบไม่อยากเชื่อ มันเหมือนฝัน ไม่ใช่ความจริง”
แอซเมห์ยังเล่าว่า ตลอดเวลา 4 วันที่ผ่านมา เธอเฝ้าตามติดข่าวจากหน้าจอทีวี ด้วยความกลัวว่าจะได้รับรู้ข่าวร้าย “ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในหนังสยองขวัญ เฝ้ารอ โดยไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร และเมื่อคิดถึงพวกเขา (น้องชายและหลานชาย) ฉันรู้สึกหายใจไม่ออก ฉันเองไม่เคยคิดว่าฉันจะหายใจลำบาก มันเป็นประสบการณ์ที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต”
แอซเมห์ และชาห์ซาดา ดาวูด เกิดในตระกูลซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลดังของปากีสถาน ครอบครัวดาวูดเป็นเจ้าของธุรกิจ Dawood Hercules Corp ซึ่งลงทุนในธุรกิจภาคเกษตรกรรม ธุรกิจสุขภาพและอุตสาหกรรมอีกหลายอย่าง

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แอซเมห์ไม่ค่อยได้ติดต่อกับชาห์ซาดา น้องชาย หลังจากเธอป่วยเป็นโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งเมื่อปี 2557 และอาการลุกลามกระทั่งต้องนั่งบนรถเข็น เธอและสามีจึงตัดสินใจย้ายจากอังกฤษไปอยู่อัมสเตอร์ดัม เพื่อจะได้เข้าถึงการรักษาด้วยกัญชาได้ง่ายขึ้น
แต่มีคนในครอบครัวบางคน รวมทั้งชาห์ซาดาไม่เห็นด้วยกับการที่เธอจะใช้กัญชาในการรักษา ทำให้มีการติดต่อพูดคุยกันน้อยลง แต่เธอยังคงใกล้ชิดกับสุเลมาน หลานชาย ที่เธอบอกว่าเป็นเด็กหนุ่มที่ใจดี
แอซเมห์ยังเล่าถึงน้องชายว่า เป็นคนหลงใหลเรื่องราวของเรือไททานิกตั้งแต่ยังเด็ก เธอยังจำได้เมื่อคราวที่ชาห์ซาดาชวนสามีเธอนั่งดูหนังสารคดีเกี่ยวกับเรือไททานิกที่มีความยาวถึง 4 ชั่วโมง นอกจากนั้น น้องชายเธอยังชอบไปเที่ยวดูงานนิทรรศการต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับวัตถุ ข้าวของต่างๆ ที่กู้ได้จากซากปรักหักพัง
ทั้งยังว่าเธอไม่แปลกใจเลยที่รู้ว่าน้องชายซื้อตั๋วของโอเชียนเกตเพื่อลงไปสำรวจดูซากเรือไททานิก “แต่ถ้าคุณให้ฉัน 1 ล้านดอลลาร์ (ราว 35 ล้านบาท) ฉันไม่มีวันลงไปกับเรือไททันแน่นอน”

