นักกฎหมายชี้ ญาติผู้เสียชีวิตเรือไททัน ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ แม้มีการเซ็นยินยอมรับความเสี่ยง
รอยเตอร์ รายงานนักกฎหมายออกมาให้ความเห็นว่า ญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ช็อกโลกเรือดำนำไททัน สูญหายและระเบิดใต้ทะเลลึก ระหว่างดำน้ำลงไปสำรวจซากเรือไททานิก สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทโอเชียนเกตเจ้าของเรือดำน้ำไททันได้ ถึงแม้ผู้โดยสารทุกคนได้เซ็นยินยอมรับความเสี่ยง รวมถึงโอกาสที่จะเสียชีวิตก่อนจะลงเรือไปผจญภัยใต้ทะเลลึกแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ เชื่อกันว่า ผู้โดยสารทั้ง 5 ซึ่งมีทั้งผู้มีฐานะระดับมหาเศรษฐี ซึ่งจ่ายเงินค่าเดินทางคนละ 250,000 ดอลลาร์ ราว 8,800,000 บาท เพื่อเดินทางไปกับเรือดำน้ำไททัน ที่จะดำลงไปใต้ทะเลลึกราว 3,810 เมตรเพื่อสำรวจซากเรือไททานิก น่าจะมีการเซ็นสัญญายินยอมรับความเสี่ยงไว้
รอยเตอร์ อ้างผู้สื่อข่าวของซีบีเอสคนหนึ่ง ที่เคยเดินทางไปกับ OceanGate Expeditions เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2565 เล่าว่าในสัญญาที่เขาเคยเซ็นยินยอมรับความเสี่ยง มีข้อความระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะเสียชีวิตในสัญญาหน้าแรกถึง 3 แห่งในแผ่นกระดาษใบนั้น

อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ยังไม่สามารถยืนยันได้ถึงข้อความในสัญญายินยอมของโอเชียนเกตว่ามีเนื้อหาอะไรบ้าง แต่ก็ว่า การเซ็นยินยอมรับความเสี่ยง ไม่สามารถเป็นเกราะคุ้มกันเจ้าของบริษัทได้เสมอไป และหากมีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มีสาเหตุจากการเพิกเฉย ละเลย หรือมีการเปิดเผยข้อมูลไม่ครบ ผู้พิพากษาก็พร้อมจะรับฟัง และปฏิเสธข้อสัญญาที่เซ็นยอมรับความเสี่ยงนั้น
แมทธิว ดี. แชฟเฟอร์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเดินเรือ จากรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ให้ความเห็นว่า “หากมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการออกแบบ หรือสร้างเรือลำนี้ ซึ่งถูกปกปิดไม่ให้ผู้โดยสารรู้ หรือมีการใช้งานทั้งที่รู้ดีว่าไม่เหมาะสมที่จะดำน้ำ นั่นก็ขัดต่อการมีผลบังคับใช้ของการยินยอมสละสิทธิ”
ขณะที่ โจเซฟ โลว์ ทนายความด้านการบาดเจ็บส่วนบุคคล จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ให้ความเห็นว่า “มีตัวอย่างที่แตกต่างกันมากมายเกี่ยวกับกรณีที่ญาติมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ถึงแม้จะมีการเซ็นยินยอมรับความเสี่ยงแล้ว แต่จนกว่าเราจะทราบสาเหตุ เราจึงจะตัดสินได้ว่าสัญญายินยอมจะมีผลบังคับใช้หรือไม่?”

ทั้งนี้ สำหรับระดับความรุนแรงของความประมาทเลินเล่อ และผลลัพธ์ที่จะส่งผลต่อการบังคับใช้การยินยอมรับความเสี่ยงอย่างไร ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุซึ่งยังอยู่ระหว่างการสืบสวน
ข่าวระบุว่า ยังไม่ทราบชัดเจนว่า บริษัทโอเชียนเกตมีสินทรัพย์เพียงพอที่จะจ่ายค่าเสียหายจำนวนมากหรือไม่ แต่ครอบครัวผู้เสียหายสามารถได้รับเงินค่าเสียหายจากกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัท หากโอเชียนเกตทำไว้
หรือครอบครัวผู้เสียชีวิตยังสามารถเรียกร้องเงินค่าเสียหายจากบริษัทออกแบบเรือดำน้ำไททัน บริษัทผลิตชิ้นส่วนของเรือ หากพบว่า เป็นเพราะความประมาทที่เป็นสาเหตุให้เรือไททันระเบิด
อนึ่งผู้โดยสารทั้ง 5 ชีวิตบนเรือดำน้ำไททัน ได้แก่ นายฮามิช ฮาร์ดิง มหาเศรษฐีนักธุรกิจและนักสำรวจชาวอังกฤษวัย 58 ปี, ปอล อองรี นาโชเลต์ นักสำรวจชาวฝรั่งเศส, สต็อกตัน รัช ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอของโอเชียนเกต เจ้าของเรือดำน้ำไททัน, ชาห์ซาดา ดาวูด นักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวปากีสถาน และสุเลมาน ดาวูด ลูกชาย

