ออสซี่ฉีกสัญญาเช่าที่ดิน หมีขาวเล็งสร้างสถานทูตใหม่ เจอฟาดกลับ ‘โรคผวารัสเซีย’
สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนว่า ศาลสูงสุดออสเตรเลียตัดสินคัดค้านความพยายามของรัสเซียในการยื้อสัญญาเช่าที่ดินผืนหนึ่งใกล้กับที่อาคารรัฐสภาออสเตรเลียในกรุงแคนเบอร์รา ซึ่งมอสโกตั้งใจที่จะก่อสร้างสถานทูตแห่งใหม่ของรัสเซีย
ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้ถือครองสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวซึ่งมีการเซ็นสัญญาครั้งแรกในปี 2008 ซึ่งรัฐบาลออสเตรเลียได้ทำการยกเลิกสัญญาเช่านี้เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายน ด้วยเหตุผลทางความมั่นคงแห่งชาติ ส่งผลให้ฝ่ายมอสโกยื่นอุทธรณ์ในชั้นศาล
ท่าทีของแคนเบอร์ราสอดคล้องกับความวิตกกังวลของเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่กล่าวว่า แผนการก่อสร้างสถานทูตแห่งใหม่ของมอสโกก่อให้เกิดความเสี่ยงในเรื่องการสอดแนมข้อมูลเนื่องจากที่ตั้งของสถานทูตดังกล่าวอยู่ห่างจากรัฐสภาของออสเตรเลียเพียง 400 เมตร
หลังจากที่ศาลสูงสุดของออสเตรเลียมีคำตัดสินที่ทำให้รัสเซียสูญเสียสัญญาเช่าที่ นักการทูตรัสเซียคนที่ออกมาประท้วงใกล้กับพื้นที่พิพาทก็เดินทางออกไปด้วยรถยนต์ของสถานทูต
ทั้งนี้ สถานทูตรัสเซียประจำกรุงแคนเบอร์ราในปัจจุบันอยู่ห่างจากอาคารรัฐสภาเป็นระยะทางพอสมควร ขณะที่มอสโกได้รับการอนุมัติให้สร้างสถานทูตแห่งใหม่ในพื้นที่ตามสัญญาเช่าเมื่อปี 2011 อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนปีนี้ รัฐสภาของออสเตรเลียได้ผ่านกฎหมายใหม่อย่างรีบเร่งเพื่อยุติสัญญาเช่านี้โดยเฉพาะ
นายแอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวว่า หน่วยข่าวกรองได้ให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนมากเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสถานทูตใหม่ของรัสเซียใกล้กับรัฐสภาออสเตรเลีย
นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกของทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของออสเตรเลียในการฉีดสัญญาเข่าที่ดินนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของโรคจิตหวาดผวารัสเซียที่กำลังเกิดขึ้นในชาติตะวันตก
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัสเซียออกคำสั่งศาลเพื่อยื้อสัญญาเช่าที่ดินในแคนเบอร์รา ขณะที่พยายามท้าทายกฎหมายของออสเตรเลียที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อฉีกสัญญาด้วยกระบวนการศาล ในคำฟ้องที่ยื่นต่อศาล รัสเซียกล่าวว่าได้ใช้เงินไปแล้ว 8.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 192.5 ล้านบาท ในการก่อสร้างที่ได้ดำเนินการแล้วอย่างช้าๆ และว่าจะทำการประนีประนอมเรื่องการบูรณาการของอาคารที่ถูกสร้างไปบางส่วนหากออสเตรเลียอนุญาตให้รัสเซียกลับไปเช่าที่ดินดังกล่าวได้ดังเดิม
แต่ศาลสูงของออสเตรเลียกล่าวว่า ข้อโต้แย้งของรัสเซียอ่อนแอและเข้าใจยาก ท้ายที่สุดจึงตัดสินให้รัสเซียต้องออกจากพื้นที่ดังกล่าว

