ม็อบฝรั่งเศสฮือประท้วงเดือดไม่เลิก โดนจับอีกกว่าครึ่งพัน แม่วัยรุ่นปักใจ ตร.เห็นหน้าอาหรับ เลยยิงดับ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงชาวฝรั่งเศสยังไม่เลิกลุกฮือก่อเหตุประท้วงรุนแรงเป็นคืนที่ 3 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน จากกรณีตำรวจฝรั่งเศสจ่อยิงวัยรุ่นชายอายุ 17 ปีรายหนึ่งที่สืบเชื้อสายจากแอฟริกาเหนือ ที่ไม่ยอมจอดรถหลังถูกตำรวจเรียกตรวจ จนทำให้เสียชีวิต โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้พากันจุดไฟเผารถยนต์ ทำลายอาคารร้านรวงต่างๆ ให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ประท้วงที่ก่อเหตุจลาจลทั่วประเทศในชั่วข้ามคืนไปแล้วกว่าครึ่งพัน
ขณะที่มีการวางมาตรการรักษาความมั่นคงอย่างเข้มข้นในหลายพื้นที่ของฝรั่งเศส โดยบันทึกภายในด้านความมั่นคงระบุว่า ได้มีการส่งกำลังตำรวจและสารวัตรทหารราว 40,000 นาย กระจายกำลังเข้ารักษาการณ์ในหลายเมืองใหญ่ และมีอย่างน้อย 3 เมืองรอบกรุงปารีสที่ได้ประกาศภาวะเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนรวมตัวกัน รวมถึงการส่งเฮลิคอปเตอร์และฝูงโดรนบินลาดตระเวนในเมืองใหญ่ใกล้เคียงเช่นเมืองลีลและตูร์คัวก็ตาม
แต่ยังคงมีรายงานการก่อเหตุความรุนแรงและทำลายทรัพย์สินเสียหายเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งจนถึงเวลา 03.00 น.ของวันที่ 30 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น มีรายงานกลุ่มผู้ประท้วงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมไปในทั่วประเทศแล้วอย่างน้อย 667 ราย และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 249 นาย
เจ้าหน้าที่ระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ไม่มีการเผชิญหน้าที่รุนแรงมากในการปะทะโดยตรงกับตำรวจ แต่มีร้านค้าจำนวนมากที่ถูกทุบทำลาย ถูกปล้น หรือแม้แต่ธุรกิจที่ถูกเผา นอกจากนี้อาคารสถานที่ราชการก็ตกเป็นเป้าโจมตีเช่นกัน โดยสถานีตำรวจในเมืองโปถูกโจมตีด้วยระเบิดขวด
นายโลรองต์-ฟรองก์ ลีนาร์ ทนายความของตำรวจมือสังหารวัยรุ่นคนดังกล่าวที่ถูกระบุว่าชื่อ นาเฮล เปิดเผยว่า ลูกความของเขาได้กล่าวขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตในขณะที่เขาถูกควบคุมตัวอยู่ หลังจากถูกตั้งข้อหาว่าฆ่าคนตายโดยเจตนา
“คำแรกที่เขาพูดคือขอโทษ และคำสุดท้ายที่เขาพูดคือขอโทษครอบครัว” และว่า เขาเสียใจมากเขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อฆ่าคน เขาไม่ต้องการฆ่าเขา ทนายบอกกับสถานีโทรทัศน์บีเอฟเอ็มทีวี โดยยังกล่าวถึงภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอซึ่งแสดงให้เห็นว่า นาเฮล ถูกตำรวจยิงในระยะเผาขนบริเวณป้ายจราจรในเมืองนองแตร์ ชานกรุงปารีสว่า ตำรวจผู้ก่อเหตุตกใจมากกับความรุนแรงที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว
ขณะที่แม่ของวัยรุ่นที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ให้สัมภาษณ์สื่อว่า เธอคิดว่าการตายของลูกชายเธอมีแรงจูงใจมาจากเชื้อชาติ แต่เธอไม่ได้แสดงความขุ่นเคืองต่อกองกำลังตำรวจฝรั่งเศสโดยรวมทั้งหมด โดยเธอกล่าวโทษตำรวจที่ก่อเหตุปลิดชีพลูกชายของเธอเพียงคนเดียว และว่า เธอมีเพื่อนเป็นเจ้าหน้าที่หลายคน ซึ่งพวกเขาคอยหนุนหลังฉัน พวกเขาไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แม่ของผู้ตายกล่าวอีกว่า ตำรวจนายดังกล่าวมีวิธีการอื่นที่จะควบคุมตัวลูกชายของเธอที่ขับรถโดยยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และไม่จำเป็นต้องฆ่าลูกของเธอ โดยกล่าวว่า เจ้าหน้าที่เห็นใบหน้าอาหรับของเด็ก เลยต้องการจะเอาชีวิตเขา
ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวเรียกร้องให้อยู่ในความสงบ และว่า ความรุนแรงในการประท้วงนั้นเป็นสิ่งไม่สมควร เหตุจลาจลครั้งล่าสุดยังถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่สำหรับมาครง ที่ยังพยายามมองหาหนทางก้าวผ่านการชุมนุมประท้วงใหญ่ต่างๆ ที่จุดประกายขึ้นจากความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นนับจากเรื่องวัยเกษียณที่เป็นประเด็นร้อนในฝรั่งเศสก่อนหน้านี้

