หน้าแรก ต่างประเทศ สถิติฆ่าตัวตา...

สถิติฆ่าตัวตายสิงคโปร์พุ่ง 26% สูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ สะท้อน ‘ความทุกข์ซ่อนเร้นทางจิตใจ’ ปชช.

1.07.23 | 11:06 น.
FILE PHOTO (REUTERS/Edgar Su)

สถิติฆ่าตัวตายสิงคโปร์พุ่ง 26% สูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ สะท้อน ‘ความทุกข์ซ่อนเร้นทางจิตใจ’ ปชช.

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมว่า อัตราการฆ่าตัวตายในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเกือบ 26% ในปีที่ผ่านมา ทะลุระดับสูงที่สุดในรอบกว่าสองทศวรรษ สะท้อนถึงความทุกข์ทรมานทางจิตใจที่หลบซ่อนของประชาชนในประเทศ

ข้อมูลสถิติจากศูนย์ป้องกันสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศสิงคโปร์ (the prevention centre Samaritans of Singapore: SOS) ระบุว่า อัตราการฆ่าตัวตายของเยาวชนอายุ 10-29 ปี และผู้สูงอายุอายุ 70-79 ปี น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ โดยมีคนฆ่าตัวตายทั้งหมด 476 ราย ในปี 2022 ซึ่งเป็นสถิติการฆ่าตัวตายที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2000 เพิ่มขึ้นจาก 378 รายในปีก่อนหน้า

“การได้เห็นตัวเลขการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในสิงคโปร์เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง” เจเรด อึ๊ง จิตแพทย์ทหารและที่ปรึกษาด้านปัญหาทางจิตถูกอ้างอิงในรายงานของศูนย์ SOS และว่า จุดนี้แสดงให้เห็นถึงปัญหาและความทุกข์ทรมานทางจิตที่ซ่อนเร้นอยู่ในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางเหล่าเยาวชนและผู้สูงอายุ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่พวกเราจะยังคงเฝ้าระวังปัญหาความกดดดันที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง เช่น ความแปลกแยกทางสังคมและความโดดเดี่ยว

ข้อมูลจากศูนย์ SOS ยังระบุว่า การฆ่าตัวตายยังคงเป็นสาเหตุการหลักของเสียชีวิตในเยาวชนอายุ 10-29 ปีติดต่อกันเป็นปีที่ 4 คิดเป็น 33.6% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในกลุ่มอายุนี้ โดยมีผู้คนในช่วงอายุดังกล่าวจำนวน 125 รายที่จบชีวิตตัวเองในปี 2022 สูงขึ้น 11.6% จากสถิติของปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 112 ราย

Advertisement

ด้านองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 4 ของเยาวชนที่มีอายุ 15-29 ปี ทั่วโลก

ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุในสิงคโปร์ที่มีอายุ 70-79 ปี และปลิดชีวิตตัวเองเพิ่มขึ้นเป็น 48 รายในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 60% จากปี 2021 ซึ่งอยู่ที่ 30 ราย

แกสเปอร์ ถาน หัวหน้าผู้บริหารศูนย์ SOS กล่าวว่าการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่างๆ รวมถึงความท้าทายด้านสุขภาพจิต แรงกดดันทางสังคม และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ พร้อมเสริมว่า “พวกเราตระหนักถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์นี้ พวกเรามุ่งมั่นที่จะดำเนินมาตรการเชิงรุกต่อไปเพื่อจัดการกับจำนวนการฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้นและให้การสนับสนุนแก่ผู้ที่ต้องการ”

ทั้งนี้ สิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กำลังมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าชาวสิงคโปร์ 1 ใน 4 จะมีอายุ 65 ปีขึ้นไปในปี 2030 เพิ่มขึ้นจาก 1 ใน 6 เมื่อสามปีที่แล้ว