‘IAEA’ อนุมัติญี่ปุ่นปล่อยน้ำเปื้อนกัมมันตรังสี ท่ามกลางข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม-สาธารณสุข
สำนักข่าวซีเอ็นเอรายงานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมว่า ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) หน่วยงานเฝ้าระวังด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อนุมัติเเผนการปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีที่ผ่านการบำบัดแล้วมากกว่า 1 ล้านเมตริกตันจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุคุชิมะที่ประสบปัญหารั่วไหลหลังเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มเมื่อปี 2011 ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก หลังส่งมอบรายงานสรุปผลการตรวจสอบความปลอดภัยให้กับญี่ปุ่น ท่ามกลางการคัดค้านของหน่วยงานท้องถิ่น อย่างสหภาพประมงญี่ปุ่นและประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ จีน เนื่องจากข้อกังวลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลและสาธารณสุข
ราฟาเอล กรอสซี หัวหน้า IAEA เดินทางถึงญี่ปุ่นในวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อพบปะกับนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ และได้ส่งมอบรายงานการพิจารณาความปลอดภัยของโครงการดังกล่าวเป็นเวลา 2 ปี โดย IAEA ระบุว่า การปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีที่ผ่านการบำบัดของญี่ปุ่นแทบไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นไม่ได้ระบุวันที่จะเริ่มปล่อยน้ำซึ่งจะใช้เวลา 30 – 40 ปี จึงจะเสร็จสิ้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ IAEA และการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์แห่งชาติ ซึ่งการตัดสินใจสุดท้ายของญี่ปุ่นอาจทราบผลอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์นี้
โดยญี่ปุ่นยืนยันว่ากระบวนการบำบัดน้ำมีความปลอดภัย ส่วนน้ำปนเปื้อนนั้นก็ถูกกรององค์ประกอบกัมมันตรังสีส่วนมากออก เหลือเพียงแต่ทริเทียม หรือไอโซโทปของไฮโดรเจนที่ยากในการแยกออกจากน้ำ โดยญี่ปุ่นจะแก้ไขปัญหานี้ด้วยการเจือจางน้ำปนเปื้อนบำบัดแล้วให้มีระดับทริเทียมอยู่ในเกณฑ์ที่รับรองโดยนานาชาติก่อนที่จะปล่อยลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก

