ยังเดือด! ปาเลสไตน์ ยิงจรวดถล่มกลับอิสราเอล หลังถอนทหารพ้นเจนิน แต่โดนโจมตีทางอากาศสวน
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม กลุ่มติดอาวุุธปาเลสไตน์จากฉนวนกาซ่าได้ยิงจรวดถล่มโจมตี หลังอิสราเอลถอนกำลังทหารออกจากเมืองเจนินไปในวันที่ 4 กรกฎาคม ที่เป็นการส่งสัญญานเสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ถล่มเขตเวสต์แบงค์ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของชาวปาเลสไตน์ในรอบหลายปีไปในวันก่อนหน้า
กองทัพอิสราเอลอ้างว่า ไม่กี่ชั่วโมงหลังกองกำลังอิสราเอลถอนออกไป กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตลน์ในฉนวนกาซ่าก็ได้ยิงจรวด 5 ลูกโจมตีอิสราเอล โดยจรวดหลายลูกถูกสกัดไว้ได้และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ดี อิสราเอลก็ได้โจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซ่า เป็นการตอบโต้ที่กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ยิงจรวดโจมตี

กองทัพอิสราเอลเปิดเผยถึงปฏิบัติการก่อนหน้าว่า เครื่องบินขับไล่ของอิสราเอลได้โจมตีฐานผลิตอาวุธใต้ดินเป็นการตอบโต้ ขณะที่หลายชั่วโมงก่อนหน้านั้น ผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์เห็นขบวนรถของทหารอิสราเอลถอนตัวออกจากเมืองเจนินในช่วงค่ำวันอังคาร(4 ก.ค.) ที่ดูเป็นการส่งสัญญานยุติปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ของอิสราเอลที่เริ่มต้นขึ้นในวันจันทร์( 3 ก.ค.) ซึ่งเป็นผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 12 ราย โดยอย่างน้อย 5 รายเป็นกลุ่มติดอาวุธ และมีทหารอิสราเอลเสียชีวิต 1 นาย
ปฏิบัติการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่นี้ กองทัพอิสราเอลชี้ว่ามีเป้าหมายทำลายโครงสร้างพื้นฐานและอาวุธที่ถูกเก็บซ่อนอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองเจนิน โดยเริ่มต้นขึ้นจากการส่งโดรนโจมตีในวันจันทร์ และมีการระดมกำลังพลเข้าไปกว่า 1,000 นาย
ขณะที่ผู้ที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยดังกล่าวในเมืองเจนิน ที่ได้พากันออกไปในระหว่างมีการสู้รบ ก็ได้พากันกลับมา

ทั้งนี้ ค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองเจนินแห่งนี้ที่มีผู้คนอาศัยอยู่ราว 14,000 คน ในพื้นที่ที่มีขนาดไม่ถึงครึ่งตารางกิโลเมตร เป็นหนึ่งในจุดเกิดเหตุความรุนแรงที่ครอบงำเขตเวสต์แบงค์มานานกว่า 1 ปี
นอกจากนี้ความรุนแรงยังขยายวงโดย ในวันอังคาร(4 ก.ค.)ยังเกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธฮามาสของปาเลสไตน์ ได้ขับรถพุ่งชนและใช้มีดแทงผู้คนในย่านธุรกิจของนครเทลอาวีฟ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย
และแม้อิสราเอลถอนทหารออกจากเมืองเจนินไปแล้ว แต่ก็ยังคงได้เสียงระเบิดดังขึ้นทางตอนเหนือของเวสต์แบงค์ ซึ่งมีรายงานว่ามีการยิงต่อสู้กันใกล้กับโรงพยาบาลเจนิน ขณะที่เครือข่ายแแพทย์ไร้พรมแดนเปิดเผยว่า กองกำลังอิสราเอลได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่โรงพยาบาลซึ่งพวกเขากำลังทำงานอยู่

การสู้รบที่เกิดขึ้นเน้นย้ำให้เห็นอีกครั้งว่ายังไม่มีสัญญานใดๆ ในการแก้ไขปัญหาขัดแย้งทางการเมืองระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่ดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ ท่ามกลางท่าทีของนานาชาติต่อปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้ของอิสราเอลที่มีแตกต่างกันไป
โดยสหรัฐอเมริกากล่าวว่า เคารพในสิทธิป้องกันตนเองของอิสราเอล แต่ก็กล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิตของพลเรือน
ขณะที่สหภาพยุโรป(อียู) แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการยกระดับความรุนแรง และหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติได้ส่งเสียงเตือนต่อปฏิบัติการทางทหารดังกล่าว โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี) จะจัดประชุมหารือแบบปิดตามคำร้องของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และ บาห์เรน ที่ให้ประณามปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล

